ฉีดกระตุ้นคอลลาเจน Profhilo vs Sculptra

ฉีดกระตุ้นคอลลาเจน ควรเลือกตัวไหน Profhilo หรือ Sculptra

หลาย ๆ คนที่เข้ามาปรึกษากับคลินิกความงามเรื่องปัญหาผิวที่หย่อนคล้อยหรือไม่กระชับ หลายคนมักจะนึกโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์หรือโปรแกรมฉีดโบท็อกก่อนเป็นลำดับแรก ๆ แต่จริง ๆ แล้ว ปัจจุบันนี้มีเทคโนโลยีมากมายที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยนี้ได้ หนึ่งในนั้นก็คือ โปรแกรมฉีดกระตุ้นคอลลาเจน เพื่อเข้าไปฟื้นฟูและสร้างรากฐานผิวใหม่ให้แข็งแรงจากภายในอย่างโปรแกรม Profhilo และ Sculptra ที่แม้ว่าจะจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกัน แต่กลไกในการทำงาน ผลลัพธ์ รวมถึงสภาพผิวที่เหมาะสมของทั้ง 2 ตัวนี้มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งถ้าเลือกใช้ได้ตอบโจทย์ผลลัพธ์ที่ได้จะดูอ่อนเยาว์ และดูเป็นธรรมชาติอย่างแท้จริง

สรุปสาระสำคัญ

  1. โปรแกรม Profhilo คือหัตถการฉีดกระตุ้นคอลลาเจนด้วย HA ที่มีความบริสุทธิ์สูง เน้นงานผิวแบบฉ่ำวาวอิ่มน้ำดูเป็นธรรมชาติ ส่วนโปรแกรม Sculptra คือหัตถการฉีดกระตุ้นคอลลาเจนด้วยสาร PLLA ที่ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวชั้นลึก เติมเต็มวอลลุ่ม และยกกระชับใบหน้าให้กลับมาดูสดใสและอ่อนเยาว์อีกครั้ง
  2. ทั้ง 2 โปรแกรม สามารถทำร่วมกันได้ เนื่องจากทำงานเสริมกันและกันอย่างครอบคลุม ช่วยให้ผลลัพธ์ผิวดูแน่นฟู สดใส อิ่มน้ำ และดูมีสุขภาพดีในระยะยาว
  3. ผลลัพธ์ของโปรแกรมฉีด Profhilo อยู่ได้นาน 6-9 เดือน ส่วนโปรแกรมฉีด Sculptra คงอยู่ได้นาน2 ปี (จำเป็นต้องนวดหน้าหลังทำ)

Profhilo คืออะไร?

จุดเด่นการฉีดกระตุ้น Profhilo

Profhilo คือตัวยากลุ่มที่ใช้ในการฉีดกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ในชั้นผิว ซึ่งเมื่อเราอายุมากขึ้น คอลลาเจนและส่วนประกอบสำคัญใต้ผิวของเราก็จะค่อย ๆ ลดน้อยลงไปตามธรรมชาติ ส่งผลให้ผิวเกิดความหย่อนคล้อยลง ขาดความยืดหยุ่น เริ่มมีริ้วรอย และความหย่อนคล้อยไม่กระชับคืนตัว และทำให้ลักษณะผิวโดยรวมดูมีอายุมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ทำไมต้องฉีด Profhilo

โปรแกรม Profhilo คือหัตถการในกลุ่มฉีดกระตุ้นคอลลาเจนที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวเฉพาะกลุ่ม ดังนี้

  • ผู้ที่มีปัญหาผิวขาดความยืดหยุ่น และเริ่มหย่อนคล้อย
  • ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยเล็ก ๆ ยิบ ๆ บนใบหน้า ซึ่งเกิดจากคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิวเริ่มเสื่อมสภาพตามอายุ
  • ผู้ที่มีปัญหาผิวแห้งกร้าน ขาดน้ำ ทาครีมบำรุงแล้วไม่ได้ผล
  • ผู้ที่มีปัญหาผิวดูโทรม ไม่สดใส ไม่กระชับ

Profhilo ทำงานอย่างไร?

โปรแกรม Profhilo มีหลักการทำงานด้วยการที่ตัวยาที่ฉีดจะเข้าไปกระตุ้นและซ่อมแซมเซลล์ผิวต่าง ๆ ในระดับลึก เข้าไปปลุกการทำงานของเซลล์ Fibroblast ซึ่งทำหน้าที่เป็นส่วนหลักในการผลิตคอลลาเจนให้กลับมาตื่นตัว และเร่งสร้างเส้นใยผิวใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง โครงสร้างผิวที่เคยหลวมจึงกลับมาแน่นกระชับ ยืดหยุ่น และดูอ่อนเยาว์สุขภาพดีจากภายในอย่างเป็นธรรมชาติ

รายละเอียดการเข้าฉีด Profhilo

สำหรับโปรแกรมฉีด Profhilo มีรายละเอียดสำคัญที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ ดังนี้

  • ปริมาณที่ใช้ต่อครั้ง : ในการรักษาแต่ละครั้ง แพทย์จะใช้ตัวยามาตรฐานอยู่ที่ 1 หลอด (ปริมาตร 2 cc) ซึ่งเป็นปริมาณที่คำนวณมาแล้วว่าเพียงพอ และเหมาะสมสำหรับการกระจายตัวยาเพื่อฉีดกระตุ้นคอลลาเจนได้ทั่วทั้งใบหน้า หรือบริเวณลำคอ
  • เทคนิคการฉีด (BAP Technique) : ตัวยานี้จะถูกฉีดในตำแหน่ง 5 จุดต่อข้างบนใบหน้า (รวมเป็น 10 จุดทั่วหน้า) ซึ่งเป็นจุดฝังเข็มพิเศษที่แพทย์เลือกใช้ เพื่อให้ตัวยาสามารถค่อย ๆ แพร่กระจายซึมลึกเข้าสู่ชั้นผิวได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ โดยที่ผู้เข้ารับบริการจะรู้สึกเจ็บน้อยลง
  • จำนวนครั้งและระยะห่างที่แนะนำ : เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนและอยู่ได้ยาวนาน แพทย์มักแนะนำให้ฉีดต่อเนื่องกัน 2 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างกัน 4 สัปดาห์ (1 เดือน) หลังจากนั้นหากต้องการคงสภาพผิวให้เนียนกระชับอยู่ตลอด สามารถกลับมาฉีดซ้ำเพื่อคงสภาพ ได้ทุก ๆ 6 – 9 เดือน

Sculptra คืออะไร?

จุดเด่น Sculptra

Sculptra คือตัวยากลุ่มในกลุ่ม Collagen Stimulator ตัวแรกของโลกที่ผ่านการรับรองจาก US FDA ที่ใช้ในการฉีดกระตุ้นคอลลาเจน โดยมีตัวยาหลักคือสาร PLLA (Poly-L-Lactic Acid) ซึ่งเป็นอนุภาคของสารสังเคราะห์จากธรรมชาติที่สามารถสลายตัวได้เองเมื่อเวลาผ่านไป มีคุณสมบัติในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว ทดแทนคอลลาเจนของร่างกายที่สูญเสียไป ช่วยให้ผิวเนียนกระชับ อิ่มฟู และดูมีสุขภาพดีจากภายใน

ทำไมต้องฉีด Sculptra

โปรแกรมฉีด Sculptra คือหัตถการในกลุ่มฉีดกระตุ้นคอลลาเจนที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวเฉพาะกลุ่ม ดังนี้

  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย โครงสร้างผิวฝ่อตัว จากการสูญเสียคอลลาเจน
  • ผู้ที่มีปัญหาแก้มตอบ ผิวหนังซูบตอบ หน้าดูโทรม
  • ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยร่องลึก ผิวขาดความยืดหยุ่น

Sculptra ทำงานอย่างไร?

โปรแกรม Sculptra มีหลักการทำงานด้วยการที่ตัวยาที่ถูกฉีดเข้าไปในชั้นผิวลึก ทำการส่งสัญญาณกระตุ้นเซลล์ Fibroblast ให้กลับมากระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ด้วยตัวเอง ฟื้นฟูตั้งแต่โครงสร้างผิวชั้นลึกทำให้ผิวกลับมาแข็งแรงจากภายใน ทำให้ผิวจะค่อย ๆ กลับมากระชับ อิ่มฟู ยืดหยุ่น และช่วยยกกระชับใบหน้าให้ผิวกลับมาดูอ่อนเยาว์ได้อย่างเป็นธรรมชาติในระยะยาว

รายละเอียดการเข้าฉีด Sculptra

สำหรับโปรแกรมฉีด Sculptra มีรายละเอียดสำคัญที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ ดังนี้

  • ปริมาณที่ใช้ต่อครั้ง : แพทย์จะมีการวิเคราะห์เพื่อคำนวณปริมาณสภาพผิวและปัญหาของผู้เข้ารับบริการ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะใช้หลักการคร่าว ๆ คือ อายุทุก ๆ 10 ปี จะใช้ยาประมาณ 1 ขวดต่อครั้ง (เช่น อายุ 30 ปี ใช้ 1 ขวด, อายุ 40 ปี ใช้ 1-2 ขวด) เพื่อให้ปริมาณอนุภาค PLLA เข้าไปฉีดกระตุ้นคอลลาเจนได้อย่างเพียงพอในการฟื้นฟูโครงสร้างผิวชั้นลึก
  • จำนวนครั้งและระยะห่างที่แนะนำ : เพื่อให้การสร้างคอลลาเจนเห็นผลลัพธ์ที่ดี แพทย์จะแนะนำให้ฉีดต่อเนื่องกัน 2 – 3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างกันทุก ๆ 4 – 6 สัปดาห์ (ประมาณ 1 เดือนถึงเดือนครึ่ง) ซึ่งคอลลาเจนในชั้นผิวก็จะค่อย ๆ หนาแน่นขึ้นเรื่อย ๆ และผลลัพธ์หลังทำครบคอร์สจะอยู่ได้ยาวนาน 2 ปี
  • การดูแลตัวเองหลังทำ : จุดที่พิเศษของโปรแกรมนี้คือ หลังฉีดผู้เข้ารับบริการต้องคอยหมั่นนวดหน้าด้วยกฎ Triple 5 คือ นวดครั้งละ 5 นาที, วันละ 5 ครั้ง, ติดต่อกัน 5 วันหลังทำ เพื่อช่วยให้อนุภาคของตัวยากระจายตัวไปใต้ผิวได้อย่างทั่วถึง ไม่เกาะกันเป็นก้อน และกระตุ้นคอลลาเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เปรียบเทียบ Profhilo vs Sculptra

ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกทำโปรแกรมฉีดกระตุ้นคอลลาเจนด้วย Profhilo หรือ Sculptra ก่อนอื่นเราลองมาดูสรุปความแตกต่างสำคัญของทั้ง 2 โปรแกรมนี้กันก่อน เพื่อให้เห็นภาพ และเปรียบเทียบกลไกการทำงานที่แตกต่างกันได้อย่างชัดเจน ดังนี้

  โปรแกรม Profhilo โปรแกรม Sculptra
ส่วนประกอบหลัก Hyaluronic Acid ความบริสุทธิ์สูง Poly-L-Lactic Acid (PLLA)
การทำงาน ฟื้นบำรุงผิว กระตุ้นคอลลาเจน และอีลาสติน กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ (Biostimulator) ปรับโครงสร้างผิว
ผลลัพธ์ที่ได้ ผิวฉ่ำวาว อิ่มน้ำ กระชับรูขุมขน ให้เรียบเนียน ฟื้นฟูโครงสร้างผิวชั้นลึก ยกกระชับหน้า
ผิวยืดหยุ่น ลดความหย่อนคล้อย
ผลลัพธ์ในส่วนของการเติมเต็ม เติมความฟูอิ่มน้ำให้ผิว แต่ไม่ได้เพิ่มปริมาณเนื้อผิว เติมเต็มวอลลุ่มให้ผิวหนาตัวขึ้น ลดปัญหาแก้มตอบ หน้าซูบ
บริเวณที่เหมาะสม ใบหน้า คอ หลังมือ แก้ม ขมับ กรอบหน้า
ระยะเวลา ผลลัพธ์อยู่ได้นาน
6 – 12 เดือน
ผลลัพธ์อยู่ได้นาน
18 – 24 เดือน
เหมาะกับใคร ผู้ที่เริ่มมีปัญหาและต้องการลดริ้วรอย ผิวแห้งกร้านขาดความชุ่มชื้น รูขุมขนกว้าง ผิวไม่กระชับ ผู้ที่มีปัญหาร่องลึก ผิวหย่อนคล้อย ไม่กระชับ และขาดความยืดหยุ่น

Profhilo หรือ Sculptra เลือกฉีดโปรแกรมไหน เหมาะกับคุณ?

ในการที่จะเลือกว่าควรทำโปรแกรมฉีดกระตุ้นคอลลาเจนโปรแกรมไหนดีระหว่าง Profhilo และ Sculptra ควรเข้ารับการปรึกษากับแพทย์ เพื่อให้แพทย์ประเมินจากปัญหาผิวหลัก ๆ และเลือกโปรแกรมที่ตอบโจทย์ปัญหานั้น ๆ ได้

  • เลือกโปรแกรม Profhilo หากมีปัญหา : ผิวแห้งกร้าน ขาดน้ำ ดูโทรม หมองคล้ำ รูขุมขนกว้าง หรือเริ่มมีริ้วรอยเล็ก ๆ และต้องการฟื้นฟูผิวแบบเร่งด่วน ให้ผิวกลับมาฉ่ำวาว อิ่มน้ำ ดูอ่อนเยาว์ และเรียบเนียนแบบฉบับงานผิวสุขภาพดี
  • เลือกโปรแกรม Sculptra หากมีปัญหา : ผิวหย่อนคล้อยอย่างเห็นได้ชัด หน้าซูบ แก้มตอบ หรือโครงสร้างผิวชั้นลึกเริ่มยุบตัวตามวัยที่มากขึ้น และต้องการฉีดกระตุ้นคอลลาเจนเพื่อยกกระชับใบหน้า เติมเต็มผิวให้แน่นฟูอย่างเป็นธรรมชาติในระยะยาว

ทำทั้ง Profhilo และ Sculptra พร้อมกันได้ไหม?

โปรแกรม Profhilo และ Sculptra สามารถทำร่วมกันได้ และยังให้ผลลัพธ์ที่ดีด้วย เพราะทั้ง 2 โปรแกรมนี้ทำงานส่งเสริมกันในคนละมิติ โดยโปรแกรม Sculptra จะเน้นการฟื้นฟูโครงสร้างและยกกระชับจากผิวชั้นลึก ในขณะที่โปรแกรม Profhilo จะเข้ามาช่วยดูแล และเติมความฉ่ำวาวอิ่มน้ำให้กับผิวชั้นบน การทำ 2 โปรแกรมนี้ร่วมกัน จึงทำให้ได้ผลลัพธ์ผิวหน้าที่เรียบเนียนสดใส และดูมีสุขภาพดีไปพร้อม ๆ กัน

โปรแกรม Profhilo และ Sculptra ที่ Amarante Clinic มุ่งเน้นการฟื้นฟูผิวให้สวยแบบดูเป็นธรรมชาติ ทีมแพทย์จะทำการวิเคราะห์ ประเมินโครงสร้างขั้นผิวอย่างละเอียด เพื่อออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล พร้อมใช้เทคนิคการฉีดเฉพาะในการวางตำแหน่งตัวยาอย่างแม่นยำ ควบคุมระดับความลึกในการฉีดกระตุ้นคอลลาเจน เพื่อแก้ไขปัญหาที่กังวลใจอย่างครอบคลุม มอบผลลัพธ์ทั้งการยกกระชับและฟื้นฟูผิวอย่างเต็มประสิทธิภาพ

กระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวสวย ด้วยโปรแกรม Profhilo และ Sculptra ที่ Amarante Clinic

ความปลอดภัยของการฉีด

“ความปลอดภัย” เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญก่อนในทุกหัตถการ โดยสำหรับผู้ที่ต้องการทำโปรแกรมฉีดกระตุ้นคอลลาเจน มีข้อควรระวัง และวิธีตรวจสอบว่าเป็นตัวยาแท้หรือไม่ ดังนี้

  • วิธีตรวจสอบโปรแกรม Profhilo : ตัวกล่องจะต้องปิดสนิท และต้องสามารถสแกน QR Code บนกล่องเพื่อตรวจสอบประวัติการนำเข้าผ่านบริษัทผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยได้
  • วิธีตรวจสอบโปรแกรม Sculptra : ตัวยาต้องผ่านการนำเข้าอย่างถูกต้องโดยบริษัท Galderma Thailand เท่านั้น โดยที่ข้างกล่องจะมีสติกเกอร์โฮโลแกรมติดอยู่อย่างชัดเจน ผู้เข้ารับบริการสามารถขอกล่องมาสแกน QR Code หรือตรวจสอบซีเรียลนัมเบอร์กับทางบริษัทได้ เพื่อตรวจสอบว่าเป็นคลินิกที่สั่งยาแท้จริง ๆ

และสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเลยคือ หัตถการเหล่านี้จะต้องได้รับการดูแลโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ยาวนานเท่านั้น เพราะเทคนิคในการคำนวณปริมาณยาและการดีไซน์ตำแหน่งความลึกในการวางตัวยาอย่างแม่นยำ คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้ผลลัพธ์ออกมาสวย ดูเป็นธรรมชาติ และไม่เป็นอันตราย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉีดกระตุ้นคอลลาเจน

Profhilo กับ Sculptra ต่างจากฉีดฟิลเลอร์อย่างไร?

โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ คือการฉีดสารเติมเต็มเพื่อเติมเต็มร่องลึกหรือปรับรูปหน้าที่เห็นผลอย่างรวดเร็วหลังฉีด ส่วนโปรแกรม Profhilo และ Sculptra คือการฉีดกระตุ้นคอลลาเจนที่เข้าไปปลุกเซลล์ผิวให้สร้างเส้นใยขึ้นมาซ่อมแซม และฟื้นฟูโครงสร้างจากภายใน ให้ผิวแน่นกระชับ และดูอ่อนเยาว์มากขึ้น

Sculptra ต้องนวดหลังฉีดจริงไหม? ถ้าไม่นวดจะเกิดอะไรขึ้น?

จำเป็นมาก เพราะการนวดหลังทำโปรแกรม Sculptra จะช่วยให้ตัวยากระจายตัวได้อย่างทั่วถึง และช่วยให้การทำงานตัวยาเป็นไปอย่างเต็มประสิทธิภาพ นอกจากนี้ หากไม่นวดหลังฉีด ตัวยายังอาจเกาะกลุ่มกันจนกลายเป็นก้อนนูนไตใต้ผิวหนังได้อีกด้วย

ฉีด Profhilo กับ Sculptra พร้อมกันในครั้งเดียวได้ไหม?

สามารถทำได้ เพราะทั้ง 2 โปรแกรมนี้ทำงานเสริมผลลัพธ์ให้กันและกันได้ โดยโปรแกรม Sculptra จะเน้นยกกระชับและเพิ่มความแน่นในผิวชั้นลึก ส่วนโปรแกรม Profhilo จะช่วยเติมความฉ่ำวาวให้ผิวดูอิ่มน้ำและเรียบเนียนในผิวชั้นบน การฉีดคู่กันจึงช่วยฟื้นฟูผิวให้อ่อนเยาว์ได้อย่างครอบคลุม

ผลข้างเคียงที่ควรระวังของทั้งสองโปรแกรมมีอะไรบ้าง?

ผลข้างเคียงปกติที่พบได้ทั่วไปคืออาการบวมแดง หรือช้ำเล็กน้อยจากรอยเข็มหัตถการ ซึ่งจะหายไปเองในเวลาไม่นาน ส่วนผลข้างเคียงที่ต้องระวังได้แก่ การเกิดก้อนไตใต้ผิวหนัง หรือการติดเชื้อ ซึ่งสามารถป้องกันได้ง่าย ๆ ด้วยการเลือกใช้ตัวยาแท้ที่ตรวจสอบได้ และเลือกฉีดกับแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์ยาวนานเท่านั้น

Profhilo กับ Sculptra เจ็บไหม? หลังฉีดต้องพักฟื้นนานแค่ไหน?

เจ็บน้อย ตอนฉีดจะแค่รู้สึกตึง ๆ หน่วง ๆ ใต้ผิวเล็กน้อย เนื่องจากแพทย์จะมีการแปะยาชาให้ก่อนทำ โดยหลังทำเสร็จไม่จำเป็นต้องพักฟื้น สามารถแต่งหน้าและกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

ปรึกษาโปรแกรมฉีด Profhilo และ Sculptra ที่ Amarante Clinic

ที่ Amarante Clinic พร้อมช่วยคุณดีไซน์ความอ่อนเยาว์ให้ตอบโจทย์กับทุกปัญหาผิวอย่างแม่นยำ ดูแลและฟื้นฟูผิวให้กลับมาอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติอีกครั้ง ด้วยโปรแกรมฉีดกระตุ้นคอลลาเจนอย่าง Profhilo และ Sculptra มั่นใจในผลลัพธ์ด้วยการดูแลจากทีมแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์ยาวนาน ดีไซน์รูปหน้าและจัดวางตำแหน่งตัวยาได้อย่างแม่นยำ เพื่อผลลัพธ์ผิวหน้าเนียน กระจ่างใส อ่อนเยาว์ และดูมีสุขภาพดีในระยะยาว

หากสนใจสามารถสอบถามข้อมูลหรือดูรีวิวเพิ่มเติมได้ภายในเว็บไซต์ หรือปรึกษาปัญหาเบื้องต้นได้ตามช่องทางด้านล่างนี้

ขอบคุณคุณลูกค้าทุกท่านที่สนใจโปรโมชั่นดีๆ ของ Amarante Clinic นะคะ
🚩 อย่าลืมแอดไลน์ @amarante.official เพื่อที่จะไม่พลาดโปรโมชั่นสุดพิเศษนะคะ
😄 หรือสนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้เลย
✅ Line คลิก > @amarante.official
✅ Inbox Facebook คลิก > @amaranteclinic
✅ Instagram คลิก > amarante_clinic
📍 สาขา อารีย์ : อาคารบ้านยสวดี (BTS อารีย์ ทางออกที่ 3) 
📞 080-393-6669
📍 สาขา บางนา : For You Park
📞 080-556-5294
📍 ทั้ง 2 สาขา มีที่จอดรถ สะดวกสบาย
🕘 เปิดให้บริการทุกวัน : 11.00-20.00 น.

บทความที่น่าสนใจ

ไอคอน PDPA
ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า