เลเซอร์รอยสิว จากผิวเสียเป็นผิวใส แบบไหนเหมาะกับคุณ

รอยสิวหมดจด “เลเซอร์รอยสิว” จากผิวเสียเป็นผิวใส แบบไหนเหมาะกับคุณ

รอยสิว ปัญหาผิวที่พบได้บ่อยหลังจากสิวหายแล้ว หรืออาจเกิดขึ้นได้ระหว่างที่สิวมีการอักเสบ หรืออุดตันอยู่ อาจมีลักษณะเป็นรอยดำ หรือรอยแดงที่ทำให้หลาย ๆ คนกังวลใจ และหนึ่งในวิธีที่จะช่วยให้รอยสิวเหล่านี้จางลงได้รวดเร็ว สามารถเรียกคืนผิวที่เรียบเนียนและสม่ำเสมอกลับมาได้อีกครั้งก็คือการใช้ เลเซอร์รอยสิว

บทความนี้จะพามารู้จักกับ เลเซอร์รอยสิว ว่าคืออะไร สามารถช่วยรักษารอยสิวได้อย่างไร แล้วจะมีเลเซอร์ลดรอยสิวกี่รูปแบบบ้าง รวมถึงข้อควรรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการรักษารอยสิวด้วยเลเซอร์ เช่น ข้อดี-ข้อเสีย การเตรียมตัวก่อนทำ การดูแลตัวเองหลังทำเลเซอร์ ราคา และควรทำที่ไหนดีมาให้ทุกคนได้ประกอบการตัดสินใจกัน

เลเซอร์รอยสิว คืออะไร

เลเซอร์รอยสิว คือ นวัตกรรมทางการแพทย์ที่จะช่วยแก้ปัญหารอยสิวรูปแบบต่าง ๆ ให้ลดน้อยลง ไม่ว่าจะเป็นรอยดำ รอยแดง หรือแม้แต่รอยหลุมสิว โดยอาศัยพลังงานเลเซอร์ความเข้มข้นสูงและมีความยาวคลื่น หรือความถี่ของคลื่นที่เหมาะสม ส่งพลังงานลึกลงใต้ชั้นผิวเพื่อการกระตุ้นคอลลาเจน ผลัดเซลล์ผิวเก่า หรือชะลอการทำงานของเม็ดสี ทำให้รอยสิวค่อย ๆ จางลง รวมถึงยังมีส่วนช่วยทำให้ผิวเรียบเนียนและกระจ่างใสมากยิ่งขึ้น

ประเภทของรอยสิวที่เลเซอร์รักษาได้

รอยสิวเกิดจากกระบวนการซ่อมแซมและฟื้นฟูบาดแผลหลังจากที่เป็นสิว ไม่ว่าจะเป็นสิวอุดตัน หรือสิวอักเสบ เมื่อหายแล้ก็จะทิ้งรอยเอาไว้ บวกกับการดูแลรักษาสิวที่ผิดวิธีก็อาจทิ้งรอยสิวไว้ชัดเจนได้อีกด้วย โดยเราสามารถแบ่งประเภทของรอยสิวได้ 3 ประเภท คือ

ประเภทรอยสิวที่เลเซอร์สามารถรักษาได้
  1. รอยแดง (PIE: Post-Inflammatory Erythema) รอยสิวที่เกิดจากปัญหาสิวอักเสบ และผิวอักเสบจากการแกะ บีบ เค้นสิวทำให้หลอดเลือดฝอยเกิดการขยายตัวใต้ผิว และมีการกระจุกตัวบริเวณที่บีบเค้นมากขึ้น จนทิ้งเป็นรอยแดงเห็นชัด 
  2. รอยดำ (PIH: Post-Inflammatory Hyperpigmentation) รอยสิวที่เกิดจากการบีบแกะสิวเช่นเดียวกันกับสาเหตุของการเกิดรอยแดง เพียงแต่รอยดำเกิดจากเม็ดสีเมลานินที่ผลิตมากผิดปกติ ทำให้รอยสิวบริเวณนั้นมีลักษณะเป็นรอยดำในที่สุด    
  3. รอยหลุมสิว (Atrophic Scars) ปัญหาผิวที่เกิดขึ้นหลังจากเป็นสิวอักเสบรุนแรง ที่กินเนื้อลึกจนถึงชั้นหนังแท้ ทำให้กระบวนการสมานแผลไม่สมบูรณ์ จนทำให้ผิวยุบตัวลงและกลายเป็นหลุมสิวลึกบนผิวในที่สุด

เลเซอร์รอยสิว เหมาะกับใคร

เลเซอร์รอยสิวเป็นการรักษารอยสิวสามารถใช้ได้ทุกสภาพผิว ทั้งผิวแห้ง ผิวมัน ผิวผสม รวมถึงผู้ที่มีปัญหาผิวดังต่อไปนี้

  • ผู้ที่ต้องการลดเลือนรอยแดง รอยดำจากสิว
  • ผู้ที่มีปัญหารอยหลุมสิวลึกรักษายาก
  • ผู้ที่ต้องการปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนและมีสีผิวสม่ำเสมอ
  • ผู้ที่เคยรักษารอยสิวด้วยวิธีอื่น ๆ แล้วไม่เห็นผล

ใครบ้างที่ไม่เหมาะเลเซอร์รอยสิว

แม้ว่าเลเซอร์รอยสิวจะเหมาะกับทุกสภาพผิว และดูแลปัญหารอยสิวได้หลากหลาย แต่ก็มีข้อจำกัดในการทำอยู่ โดยเฉพาะกลุ่มคนดังต่อไปนี้

  • ผู้หญิงที่อยู่ในช่วงระหว่างการตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร เนื่องจากฮอรโมนที่เปลี่ยนแปลงในช่วงนี้จะทำให้ผิวไวต่อเลเซอร์ และเกิดอาการเบิร์น หรือแผลหลังเลเซอร์หายช้าได้ 
  • ผู้ที่มีสิวอักเสบ สิวหนองเห่อเป็นวงกว้าง ซึ่งควรดูแลรักษาสิวให้หายดีเสียก่อน 
  • ผู้ป่วยโรคผิวหนังอักเสบ ผื่นภูมิแพ้ เพราะเป็นกลุ่มผู้ป่วยที่ผิวหนังมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นต่าง ๆ มากกว่าปกติ 
  • ผู้ที่มีการติดเชื้อบริเวณผิวที่ต้องการรักษาด้วยเลเซอร์รอยสิว ซึ่งควรรักษารอยแผล หรือรอยโรคที่ติดเชื้อให้หายดีเสียก่อน เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ และไม่ให้เชื้อแพร่กระจายมากขึ้น
  • ผู้ที่มีบาดแผล แผลสด หรือแผลผ่าตัดบริเวณที่ต้องการรักษารอยสิว 
  • ผู้ป่วยโรคบางชนิด เช่น มะเร็ง เบาหวาน ภูมิคุ้มกันบกพร่อง เนื่องจากผู้ป่วยเหล่านี้อาจมีลักษณะผิวที่ซ่อมแซมตัวเองได้ช้ากว่าปกติ และทำให้บาดแผลหลังเลเซอร์หายช้าได้

ทั้งหมดนี้ แพทย์จะทำการตรวจและประเมินก่อน ว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ เพื่อป้องกันผลข้างเคียง

เลเซอร์รอยสิว แต่ละแบบ

จะเห็นได้ว่ารอยสิวนั้นมีมากถึง 3 ประเภท คือรอยดำ รอยแดง และหลุมสิว ทำให้การรักษารอยสิวเหล่านี้มีแนวทางการรักษาที่แตกต่างกันออกไป และจำเป็นต้องเลือกประเภทเลเซอร์ลดรอยสิวให้ถูกต้องเหมาะสมเพื่อการรักษาที่เห็นผลมากที่สุด โดยเลเซอร์รอยสิวสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 รูปแบบหลัก ๆ ดังนี้

1. เลเซอร์ผลัดเซลล์ผิว (Ablative Laser Resurfacing)

เลเซอร์ลบรอยสิวประเภทผลัดเซลล์ผิวจะมีระดับความแรงของเลเซอร์ค่อนข้างสูง เพื่อทำให้ผิวด้านบนผลัดตัว หรือลอกออก และส่งพลังงานลึกสู่ผิวชั้นกลางเพื่อปรับสภาพผิวให้กลับมาเรียบเนียนมากยิ่งขึ้น โดยเครื่องเลเซอร์ประเภทนี้ที่หลายคนคุ้นหูกันเป็นอย่างดีก็คือกลุ่มเลเซอร์ Co2 Laser หรือคาร์บอนไดออกไซด์เลเซอร์ และ Erbium: YAG Laser

2. เลเซอร์ที่ไม่ทำให้ผิวลอก (Non-Ablative Laser Resurfacing)

รูปแบบเลเซอร์รอยสิวที่มีความรุนแรงน้อยกว่าแบบผลัดเซลล์ผิว และยังใช้ระยะเวลาพักฟื้นน้อยกว่า โดยจะปล่อยพลังงานลงลึกถึงผิวชั้นใน อาศัยความร้อนของเลเซอร์ในการกระตุ้นคอลลาเจน และสร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมา ทำให้ผลลัพธ์หลังทำผิวจะมีความกระชับเต่งตึง แลดูกระจ่างใส และสีผิวมีความสม่ำเสมอมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้จำเป็นต้องเข้ารับบริการต่อเนื่องหลายครั้งเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

3. เลเซอร์ที่ทำให้ผิวลอกเฉพาะส่วน (Fractionated Laser Resurfacing)

สำหรับเลเซอร์รอยสิวรูปแบบที่ทำให้ผิวลอกเฉพาะส่วนจะเป็นเลเซฮร์ที่ทำให้ผิวของเราเกิดหลุมเล็ก ๆ จำนวนมากทั่วบริเวณเพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนและเซลล์ผิวใหม่ที่แข็งแรงกว่าเดิมมาทดแทนส่วนที่เสียหายไป ทำให้หลังทำผิวมีความเรียบเนียนมากยิ่งขึ้น รอยหลุมสิว หรือรอยสิวต่าง ๆ ก็สามารถลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่จำเป็นต้องเข้ารับบริการอย่างต่อเนื่องตามที่แพทย์แนะนำ

เครื่องเลเซอร์ลดรอยสิว แบบไหนดี

เบื้องต้นได้ทราบกันไปแล้วว่าเลเซอร์รอยสิวมีอยู่ด้วยกัน 3 รูปแบบหลัก ๆ โดยในปัจจุบันก็มีเครื่องเลเซอร์ลดรอยสิวอยู่มากมาย ซึ่งแต่ละเครื่องก็มีเทคโนโลยี หรือคุณสมบัติในการรักษาปัญหาผิวที่แตกต่างกันออกไป โดยมีเครื่องเลเซอร์ลบรอยสิวยอดนิยมดังนี้

1. Dual Yellow Laser

เครื่องเลเซอร์ลดรอยสิวยอดนิยมจากประเทศออสเตรเลีย ผสานแสงเลเซอร์ 2 ชนิดเพื่อการดูแลผิวที่ต่างกัน ได้แก่ เลเซอร์สีเหลืองความยาวคลื่น 578nm ช่วยลดเลือนรอยแดงจากสิว และ เลเซอร์สีเขียวความยาวคลื่น 511nm ช่วยกำจัดขนเม็ดสีเมลานิน ลดเลือนฝ้า กระ รอยดำจากสิได้อย่างตรงจุด ทั้งยังเป็นเครื่องเลเซอร์ที่มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวกระจ่างใสมากขึ้น ที่สำคัญเป็นเลเซอร์แบบไม่ตกสะเก็ด ไม่เจ็บผิว หลังทำสามารถใช้ชีวิตได้ปกติอีกด้วย

2. Q-Switch Laser

เครื่องเลเซอร์ลบรอยสิวที่มีความยาวคลื่นมากถึง 532nm และ 1,064nm ซึ่งเป็นความยาวคลื่นที่เหมาะสำหรับการดูแลปัญหาความผิดปกติของเม็ดสีผิวโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ หรือรอยดำจากสิว ทั้งยังมีส่วนช่วยทำให้ผิวหน้ากระจ่างใสและเรียบเนียนมากกว่าเดิม แต่ทั้งนี้หลังทำอาจเผชิญกับอาการผิวแห้ง และผิวตกสะเก็ดได้

3. โปรแกรม Pico Laser

Pico Laser เป็นนวัตกรรมช่วยลดเลือนรอยสิวที่ได้รับความนิยมากที่สุดในปัจจุบัน ด้วยพลังงานเลเซอร์ที่ถูกปล่อยออกมาอย่างรวดเร็วในระดับ Picosecond หรือ 1 ต่อล้านล้านวินาที ทำให้มีความจำเพาะสูงในการจัดการเม็ดสีผิวที่มีความผิดปกติ โดยมีความยาวคลื่นมากถึง 1,064nm สามารถดูแลปัญหาผิวได้ตรงจุด และยังมีโหมดการรักษาที่หลากหลาย เช่น การรักษารอยสิวทุกชนิด การรักษาฝ้า กระ หรือแม้แต่ช่วยฟื้นฟูสภาพผิวหน้าให้เต่งตึงอ่อนเยาว์

อ่านเพิ่มเติม : Pico Laser คืออะไร ช่วยอะไร รักษาปัญหาผิวได้ดีจริงไหม

4. Fractional CO2 Laser

เครื่องเลเซอร์ที่อาศัยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทำให้เกิดเป็นแสงเลเซอร์ จึงมีความยาวคลื่นที่ค่อนข้างสูง และรุนแรง สามารถผลัดเซลล์ผิวด้านบนออกได้อย่างมีประสิทธิภาพไปพร้อม ๆ กับเร่งการสร้างเซลล์ผิวใหม่ที่แข็งแรงกว่าเดิม นิยมใช้ดูแลรักษาทั้งปัญหารอยแดงสิว รอยดำสิว หรือแม้แต่หลุมสิวก็สามารถช่วยทำให้ดูตื้นมากยิ่งขึ้นได้

5. IPL (Intense Pulsed Light)

สำหรับ IPL หรือ Intense Pulsed Light เป็นเพียงลำแสงเข้มข้นสูงที่สามารถช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวได้ในระดับหนึ่ง นิยมนำมาใช้เพื่อรักษารอยแดง รอยดำจากสิว แต่อาจแลกมาด้วยความเจ็บค่อนข้างสูง และมีโอกาสเกิดการเบิร์นผิวรอบ ๆ ได้ง่าย

6. V-Beam Laser

อีกหนึ่งเครื่องเลเซอร์ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเลเซอร์รอยแดง เพราะเป็นเลเซอร์แสงสีเหลืองชนิด Pulse Dye Laser มีความยาวคลื่น 595nm สามารถส่งพลังงานลึกใต้ผิวเพื่อทำลายเส้นเลือดฝอยที่กระจุกตัวกันเป็นรอยแดงให้ลดน้อยลง ทำให้รอยแดงจากสิวแลดูจางลงกว่าเดิมได้ และยังอาศัยระยะเวลาพักฟื้นหลังทำไม่นานอีกด้วย

ข้อดีการทำเลเซอร์รอยสิว

  • มีเลเซอร์หลายชนิดเพื่อการรักษารอยสิวอย่างตรงจุด 
  • เห็นผลลัพธ์การรักษาที่ชัดเจน 
  • เลเซอร์รอยสิวใช้ระยะเวลาในการทำรวดเร็ว 
  • ฟื้นตัวได้เร็ว พักฟื้นไม่นาน หลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
  • สามารถลดเลือนรอยสิวรูปแบบต่าง ๆ ได้รวดเร็ว 
  • มีความเสี่ยงต่ำ ทำโดยแพทย์ที่ผ่านการอบรมมาเท่านั้น
  • มีส่วนช่วยฟื้นบำรุงผิวให้กระจ่างใสและแข็งแรงมากกว่าเดิม
ข้อดีของการทำเลเซอร์รอยสิว

ข้อเสียการทำเลเซอร์ลดรอยสิว

  • เลเซอร์ลดรอยสิวบางชนิดจำเป็นต้องอาศัยระยะเวลาพักหน้า 
  • จำเป็นต้องเข้ารับบริการต่อเนื่องเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด 
  • ผลลัพธ์อาจแตกต่างไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ประเภทรอยสิวที่เป็น ความถี่และจำนวนครั้งในการเข้ารับบริการเลเซอร์รอยสิว 
  • มีราคาที่สูง

ขั้นตอนการเลเซอร์ลดรอยสิว

โดยปกติแล้วการทำเลเซอร์ลดรอยสิวจะใช้ระยะเวลาประมาณ 30-45 นาที ขึ้นอยู่สภาพปัญหาผิวมากรุนแรงมากน้อยแค่ไหน โดยมีขั้นตอนการทำเลเซอร์ลบรอยสิวดังนี้

เตรียมตัวก่อนเลเซอร์รอยสิว

เพื่อให้การทำเลเซอร์รอยดำ รอยแดงสิวเป็นไปอย่างปลอดภัย ห่างไกลจากผลข้างเคียง หรืออาการแทรกซ้อนระหว่างทำเลเซอร์ แนะนำว่าควรศึกษาวิธีการเตรียมตัวก่อนทำเลเซอร์ให้ละเอียด ไม่ว่าจะเป็น

  • เลี่ยงการสัมผัสแสงแดดอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนเลเซอร์ หากจำเป็นควรปกป้องผิวด้วยครีมกันแดดประสิทธิภาพสูง
  • งดการสครับผิวและเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติผลัดเซลล์ผิว เช่น AHA BHA รวมถึงวิตามิน A หรือเรตินอล อย่างน้อย 2 วัปดาห์
  • งดสูบบุหรี่ และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนทำเลเซอร์อย่างน้อย 2 สัปดาห์
  • ควรแจ้งประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว หรือประวัติการแพ้ยา และยาที่ใช้อยู่ประจำกับแพทย์ก่อนทำเลเซอร์รอยสิวทุกครั้ง
การเตรียมตัวก่อนเลเซอร์รอยสิว

ระหว่างการเลเซอร์รอยสิว

เมื่อถึงวันนัดหมายเลเซอร์ จะมีขั้นตอนในการทำเลเซอร์ดังนี้

  1. เริ่มจากการทำความสะอาดผิวหน้า เพื่อลบเครื่องสำอาง สกินแคร์ที่ฝังลึกออกให้หมดจดก่อนทำเลเซอร์
  2. หากเป็นการทำเลเซอร์ลบรอยสิวประเภทหลุมสิว อาจมีการแปะยาชาเพื่อลดความเจ็บขณะทำประมาณ 45 นาที แต่ถ้าหากเป็นการทำเลเซอร์รอยสิวทั่วไป ก็สามารถเริ่มทำเลเซอร์ได้เลย หรือในกรณีที่เครื่องเลเซอร์บางชนิดจำเป็นต้องใช้เจลเย็นเพื่อซับแสงก็จะมีการทาทั่วบริเวณที่เลเซอร์ด้วยเช่นกัน
  3. แพทย์ใช้เลเซอร์รักษารอยสิวในจุดที่มีปัญหา ซึ่งจะใช้ระยะเวลาในขั้นตอนนี้ประมาณ 30 นาทีขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาผิวของแต่ละบุคคล โดยระหว่างทำอาจรู้สึกเจ็บเล็กน้อย หรือแทบไม่เจ็บเลยขึ้นอยู่กับประเภทเลเซอร์ที่ใช้

ดูแลผิวหลังเลเซอร์ลดรอยสิว

เมื่อทำเลเซอร์ลดรอยสิวเรียบร้อยแล้ว แนะนำให้ปฏิบัติตัวตามวิธีการดูแลหลังเลเซอร์ที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ และให้ผลลัพธ์การรักษารอยสิวออกมาดีที่สุด เช่น

  • เลี่ยงการล้างหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมงแรกหลังเลเซอร์ 
  • หากมีการทานยาเพื่อบรรเทาอาการต่าง ๆ แนะนำทานตามที่แพทย์สั่ง 
  • หากมีการเลเซอร์ที่ตกสะเก็ด งดการสัมผัส แกะ เกาแผล 
  • หมั่นทามอยเจอไรเซอร์สูตรอ่อนโยนเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก้ผิว 
  • เลี่ยงการแต่งหน้า โดยเฉพาะการใช้คอนซีลเลอร์ ใช้รองพื้นอย่างน้อย 1 สัปดาห์ 
  • งดการสครับผิว และงดใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวอย่างน้อย 2 สัปดาห์หลังเลเซอร์ 
  • เลี่ยงการออกแดดจัดอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ หากจำเป็นควรทาครีมกันแดดประสิทธิภาพสูง และหาอุปกรณ์ป้องกันแสงแดด เช่น หมวกปีกกว้าง ร่มกันยูวี
  • ควรหมั่นสังเกตอาการของผิวที่ผิดปกติหลังทำ เช่น ผื่นแดง ผิวพอง รอยไหม้ หรือหากมีอาการปวด บวม ระบม แสบผิวรุนแรง ควรกลับไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด
การดูแลผิวหลังเลเซอร์รอยสิว

เลเซอร์รอยสิว ราคาเท่าไหร่

โดยปกติแล้วเลเซอร์รอยสิวมีราคาเริ่มต้นครั้งละ 1,000-5,000 บาท ต่อครั้ง ซึ่งปัจจัยที่ทำให้ราคาต่างกันนั้นขึ้นอยู่กับประเภทของเครื่องเลเซอร์ที่ใช้ ประสบการณ์ความชำนาญของแพทย์ที่ให้บริการ ทำเลที่ตั้งของคลินิก ตลอดจนแพ็กเกจ และโปรโมชั่นของแต่ละคลินิก

คลินิกเลเซอร์รักษารอยสิว เลือกที่ไหนดี

การดูแลปัญหารอยสิวรูปแบบต่าง ๆ ด้วยเลเซอร์ ควรทำโดยแพทย์ที่ผ่านการอบรมด้านเลเซอร์มาเป็นอย่างดี เพื่อประเมินปัญหาของรอยสิวแต่ละบุคคล และเลือกใช้เทคโนโลยีเลเซอร์ลดรอยสิวที่เหมาะสม ซึ่งถ้าถามว่าควรเลเซอร์รักษารอยสิวที่ไหนดี แนะนำว่าควรพิจารณาจากปัจจัยดังต่อไปนี้

  • คลินิกที่เลือกเข้ารับบริการจะต้องมีการเปิดให้บริการถูกต้องตามกฎหมาย ตรวจสอบได้ 
  • เลือกเข้ารับบริการคลินิกที่มีแพทย์ผ่านการอบรมด้านเลเซอร์โดยเฉพาะ และมีใบประกอบวิชาชีพอย่างถูกต้อง
  • เลือกเข้ารับบริการเลเซอร์รอยสิวกับคลินิกที่มีเครื่องเลเซอร์ได้มาตรฐาน และทันสมัย เพื่อลดความเสี่ยงจากการรักษา
  • พิจารณาจากรีวิวผู้เข้ารับบริการจริงที่น่าเชื่อถือ 
  • สำรวจราคารายครั้ง แพ็กเกจโปรโมชั่นที่มีช่วงราคาที่เหมาะสม 
  • เลือกทำเลเซอร์รอยสิวกับคลินิกที่สามารถเดินทางได้สะดวก เนื่องจากจะต้องมีการเข้าใช้บริการอย่างต่อเนื่อง

คำถามที่พบบ่อย เลเซอร์รอยสิว

เลเซอร์ลดรอยสิวกี่ครั้งถึงเห็นผล

จำนวนครั้งในการทำเลเซอร์ลดรอยสิวจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แต่ปกติแล้วจะสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ หรือในบางรายอาจจะต้องทำต่อเนื่องอย่างน้อย 3-5 ครั้งขึ้นไปถึงจะสัมผัสผลลัพธ์ที่ชัดเจนมากขึ้น

เลเซอร์รอยสิวเจ็บไหม

สำหรับการทำเลเซอร์รอยดำ หรือจัดการรอยแดง และหลุมสิวนั้นอาจมีอาการเจ็บเล็กน้อย ซึ่งจะต่างกันไปในแต่ละประเภทเครื่องเลเซอร์ ทั้งนี้ระหว่างทำในแต่ละคลินิกอาจมีตัวช่วยบรรเทาอาการเจ็บด้วยยาชา ประคบเจลเย็น หรือเครื่องเป่าลมเย็นให้

เลเซอร์ลดรอยสิว ทำให้หน้าบางลงจริงไหม

ไม่เป็นความจริง กลับกันการทำเลเซอร์ลดรอยสิวนั้นมีส่วนช่วยกระตุ้นคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ทำให้ผิวหน้าของเราได้รับการฟื้นฟูและแข็งแรงมากกว่าเดิมอีกด้วย

เลเซอร์รอยสิวช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้นได้ไหม

สามารถทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้นได้ ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยลดเลือนรอยแดง รอยดำบนผิวของเรา รวมถึงผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกทำให้ผิวดูมีความสม่ำเสมอเรียบเนียนมากขึ้นแล้ว ยังสามารถช่วยกระตุ้นคอลลาเจนใต้ชั้นผิว เพิ่มสัมผัสผิวที่กระจ่างใสมากยิ่งขึ้นได้เช่นกัน

สรุป

เลเซอร์รอยสิว ทางเลือกในการช่วยลดเลือนรอยแดง รอยดำที่เกิดจากสิว หรือแม้แต่รอยหลุมสิวรักษายาก ช่วยเรียกคืนให้ผิวของเรากลับมาเรียบเนียนและกระจ่างใสมากขึ้นกว่าเดิมได้

โดยเลเซอร์ลบรอยสิวมีให้เลือกหลากหลายประเภท แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ที่มีความรู้ความสามารถด้านการรักษาด้วยเลเซอร์ก่อนตัดสินใจเข้ารับการรักษา เพื่อรับการประเมินปัญหาผิว และเลือกใช้ประเภทของเลเซอร์ที่ตรงกับปัญหารอยสิวที่เผชิญอยู่ได้ตรงจุด

ขอบคุณคุณลูกค้าทุกท่านที่สนใจโปรโมชั่นดีๆ ของ Amarante Clinic นะคะ
🚩 อย่าลืมแอดไลน์ @amarante.official เพื่อที่จะไม่พลาดโปรโมชั่นสุดพิเศษนะคะ
😄 หรือสนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้เลย
✅ Line คลิก > @amarante.official
✅ Inbox Facebook คลิก > @amaranteclinic
✅ Instagram คลิก > amarante_clinic
📍 สาขา อารีย์ : อาคารบ้านยสวดี (BTS อารีย์ ทางออกที่ 3) 
📞 080-393-6669
📍 สาขา บางนา : For You Park
📞 080-556-5294
📍 ทั้ง 2 สาขา มีที่จอดรถ สะดวกสบาย
🕘 เปิดให้บริการทุกวัน : 11.00-20.00 น.

บทความที่น่าสนใจ

ไอคอน PDPA
ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า