การประเมินจากภายนอกเพียงอย่างเดียวอาจไม่เห็นโครงสร้างสำคัญที่อยู่ใต้ผิว ไม่ว่าจะเป็นแนวหลอดเลือด ชั้นเนื้อเยื่อ หรือฟิลเลอร์เดิมที่เคยฉีดไว้ Facial Ultrasound จึงเข้ามาเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้แพทย์เห็นโครงสร้างใต้ผิวจริงแบบ Real-time เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการวางแผนตำแหน่งและชั้นของการทำหัตถการให้เหมาะกับแต่ละเคส รวมถึงช่วยติดตามและประเมินผลหลังทำ มั่นใจได้ว่าทุกหัตถการจะเกิดไม่เกิดผลข้างเคียงที่อันตราย
สรุปสาระสำคัญ
- Facial Ultrasound ช่วยให้แพทย์เห็นข้อมูลใต้ผิวเพิ่มเติม เช่น ชั้นเนื้อเยื่อ โครงสร้างที่เกี่ยวข้อง และตำแหน่งฟิลเลอร์เดิม เพื่อใช้ประกอบการวางแผน โดยเฉพาะเคสที่เคยฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์หรือเคสที่มีความซับซ้อน
- แพทย์จะนำข้อมูลแบบ Real-time จาก Facial Ultrasound ไป ประกอบการประเมินตำแหน่งและชั้นเนื้อเยื่อระหว่างทำ รวมถึงติดตามผลหลังทำในเคสที่จำเป็น จะช่วยให้แพทย์วางแผนและติดตามการรักษาได้ละเอียดขึ้น
- ที่ Amarante Clinic นำ Facial Ultrasound มาเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิด Confidence Scan ซึ่งจะดูแลตั้งแต่ประเมินปัญหา การวางแผนการรักษา การทำหัตถการ ไปจนถึงการติดตามผลลัพธ์หลังทำ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
ทำไม Facial Ultrasound จึงสำคัญก่อนฉีดและทำหัตถการ
โครงสร้างใต้ผิวของแต่ละคนแตกต่างกัน บางคนอาจเคยฉีดฟิลเลอร์หรือทำหัตถการอื่นมาก่อน ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจมีผลต่อการทำหัตถการ การใช้ Facial Ultrasound จึงช่วยให้แพทย์มีข้อมูลของโครงสร้างใต้ผิวเพิ่มเติมก่อนฉีด สามารถนำไปประกอบการพิจารณาตำแหน่งและชั้นที่เหมาะสม รวมถึงบริเวณที่ควรหลีกเลี่ยง ทำให้สามารถออกแบบการรักษาให้เหมาะกับโครงสร้างของแต่ละคนได้มากขึ้น แทนการใช้แนวทางเดียวกันกับทุกเคส
เห็นกายวิภาคและชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิวก่อนวางแผน
ช่วยให้แพทย์เห็นโครงสร้างและระดับความลึกของเนื้อเยื่อในบริเวณที่จะรักษาได้ชัดเจนขึ้น เพื่อนำมาประกอบการเลือกตำแหน่งและวางแผนหัตถการให้เหมาะกับสภาพผิวและโครงสร้างของแต่ละบุคคล
ช่วยประเมินก่อนตัดสินใจทำหัตถการ ว่าควรฉีดเพิ่ม แก้ไข หรือไม่ควรทำหัตถการ
การที่ได้เห็นสภาพใต้ชั้นผิวจาก Facial Ultrasound อาจช่วยให้แพทย์พิจารณาได้ว่าควรทำหัตถการต่อ ปรับแผนการรักษา หรือควรรอก่อน ช่วยให้ทั้งแพทย์และผู้เข้ารับบริการมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจมากขึ้น
เลือกตำแหน่งและชั้นของการทำหัตถการให้เหมาะกับเคส
เมื่อมีข้อมูลโครงสร้างใต้ผิวเพิ่มเติม แพทย์สามารถนำมาประกอบการพิจารณาตำแหน่งและชั้นที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล ไม่ซ้ำกันในแต่ละเคส
แพทย์เห็นตำแหน่งและชั้นผิวแบบ Real-time
ระหว่างทำหัตถการ Facial Ultrasound สามารถช่วยติดตามตำแหน่งและระดับความลึกของเนื้อเยื่อไปพร้อมกับการรักษา ทำให้แพทย์มีข้อมูลประกอบเพื่อดำเนินการตามแผนได้อย่างละเอียดและแม่นยำมากขึ้น
ช่วยตรวจยืนยันและประเมินหลังฉีด
หลังทำหัตถการ แพทย์จะใช้ Facial Ultrasound ช่วยประเมินตำแหน่งและลักษณะของสารเติมเต็ม รวมถึงโครงสร้างบริเวณที่ทำ เพื่อใช้ตรวจติดตามว่าผลที่พบเป็นไปตามแผนการรักษาที่วางไว้หรือไม่ในเคสที่แพทย์เห็นว่าจำเป็น
Facial Ultrasound มองเห็นอะไรใต้ผิวหน้าได้บ้าง
ชั้นผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้ผิว
Facial Ultrasound ช่วยให้เห็นความแตกต่างของชั้นเนื้อเยื่อและระดับความลึกของแต่ละชั้นได้ชัดเจนขึ้น ทำให้แพทย์มีข้อมูลด้านกายวิภาคของบริเวณที่จะทำหัตถการเพิ่มเติมจากการประเมินด้วยสายตาเพียงอย่างเดียว
ชั้นไขมันบนใบหน้า
Facial Ultrasound ทำให้เห็นลักษณะและความหนาของชั้นไขมันในแต่ละบริเวณ แพทย์จึงสามารถดูตำแหน่งและระดับความลึกเพื่อนำข้อมูลมาประกอบการวางแผนการทำหัตถการได้ดีขึ้นและเหมาะสมกับแต่ละจุดบนใบหน้า
แนวกระดูกและโครงสร้างที่เกี่ยวข้อง
แนวกระดูกใบหน้าสามารถใช้เป็นจุดอ้างอิงประกอบการประเมินตำแหน่งและระดับความลึกของเนื้อเยื่อในบริเวณใกล้เคียง ช่วยให้แพทย์มีข้อมูลประกอบการวางแผนมากขึ้น
เส้นเลือดบางตำแหน่ง
สามารถช่วยให้แพทย์ประเมินตำแหน่งของหลอดเลือดในบางบริเวณที่ต้องระมัดระวัง ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อการวางแผนของแพทย์
ตำแหน่งของฟิลเลอร์เดิม
ในผู้ที่เคยฉีดสารเติมเต็มมาก่อน Facial Ultrasound อาจช่วยประเมินตำแหน่ง ลักษณะ และชั้นที่พบสารเติมเต็มเดิมได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจว่าจะฉีดเพิ่ม หลีกเลี่ยงบริเวณเดิม หรือพิจารณาแนวทางอื่นร่วมกับแพทย์
Ultrasound ช่วยเช็กฟิลเลอร์เดิมได้อย่างไร
ช่วยประเมินว่าฟิลเลอร์เดิมอยู่บริเวณไหน
สำหรับผู้ที่เคยฉีดฟิลเลอร์มาก่อนและไม่แน่ใจตำแหน่งที่ฉีด การตรวจด้วย Facial Ultrasound สามารถช่วยประเมินตำแหน่งของสารเติมเต็มเดิมในบริเวณที่สงสัยได้ เพื่อให้แพทย์มีข้อมูลประกอบการวางแผนการรักษาครั้งต่อไป
ช่วยประเมินว่าก้อนที่คลำได้เกี่ยวข้องกับอะไร
หากคลำพบก้อน ตุ่ม หรือผิวไม่เรียบบริเวณที่เคยฉีด การใช้ Facial Ultrasound ช่วยประเมินได้ว่าลักษณะดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับสารเติมเต็มเดิมหรือเนื้อเยื่อในบริเวณนั้นอย่างไร เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาแนวทางดูแลร่วมกับแพทย์
ช่วยวางแผนก่อนพิจารณาฉีดสลายฟิลเลอร์
ในกรณีที่ต้องการฉีดสลายฟิลเลอร์ ข้อมูลจาก Facial Ultrasound สามารถช่วยประเมินตำแหน่งและลักษณะของสารเติมเต็มเดิม เพื่อให้แพทย์มีข้อมูลเพิ่มเติมก่อนวางแผนการฉีดสลายหรือเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละเคส
เคสไหนที่ควรใช้ Facial Ultrasound ประกอบการวางแผนหัตถการ
Facial Ultrasound สามารถใช้ประกอบการวางแผนหัตถการในหลายกรณี โดยแต่ละเคสจะตรวจเพื่อประโยชน์ที่แตกต่างกัน ดังนี้
ต้องการความละเอียดในการทำหัตถการ
ช่วยดูชั้นเนื้อเยื่อและโครงสร้างบริเวณที่จะทำ เพื่อช่วยกำหนดตำแหน่งและระดับความลึกให้เหมาะกับแต่ละเคส
เคยฉีดฟิลเลอร์มาก่อน แต่จำรายละเอียดไม่ได้
ช่วยประเมินว่ามีฟิลเลอร์เดิมอยู่หรือไม่ และพบในบริเวณหรือชั้นใด เพื่อใช้วางแผนก่อนฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ครั้งใหม่
เคยฉีดฟิลเลอร์หลายครั้งหรือหลายตำแหน่ง
ช่วยดูภาพรวมของฟิลเลอร์เดิมและโครงสร้างใต้ผิวในบริเวณที่ต้องการรักษา เพื่อประกอบการตัดสินใจว่าจะเติมเพิ่มหรือปรับแผนอย่างไร
คลำพบก้อน หรือบริเวณที่เคยฉีดมีความไม่เรียบ
ช่วยประเมินลักษณะของก้อนและความไม่เรียบใต้ผิว เพื่อดูความเกี่ยวข้องกับฟิลเลอร์เดิมหรือเนื้อเยื่อบริเวณนั้น ก่อนแก้ปัญหาฟิลเลอร์เป็นก้อนต่อไป
ช่วยประเมินลักษณะของก้อนและความไม่เรียบใต้ผิว
ช่วยตรวจสภาพของฟิลเลอร์เดิมและชั้นเนื้อเยื่อ เพื่อให้แพทย์พิจารณาว่าควรเติมเพิ่ม ปรับตำแหน่ง หรือเลือกวิธีอื่น
ต้องการฉีดสลายฟิลเลอร์
ช่วยระบุตำแหน่งและลักษณะของฟิลเลอร์เดิม เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนฉีดสลายฟิลเลอร์
เคสที่แพทย์ต้องการข้อมูลโครงสร้างใต้ผิวเพิ่มเติม
ช่วยให้เห็นรายละเอียดของเนื้อเยื่อและโครงสร้างในบริเวณที่ต้องการข้อมูลเพิ่ม เพื่อประกอบการวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล
Facial Ultrasound จำเป็นต้องทำก่อนฉีดฟิลเลอร์ทุกคนไหม
Facial Ultrasound ไม่ใช่ขั้นตอนที่จำเป็นต้องใช้ในทุกเคส แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาความจำเป็นตามประวัติการทำหัตถการ ตำแหน่งที่ต้องการรักษา ความซับซ้อนของเคส รวมถึงความจำเป็นเฉพาะบุคคล เช่น เคสที่มีโครงสร้างและปัญหาที่ต้องประเมินเพิ่มเติม แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ Facial Ultrasound เพื่อประกอบการวางแผนให้เหมาะกับแต่ละบุคคลมากขึ้น
Confidence Scan by Amarante ประเมินชั้นผิวสู่การวางแผนเฉพาะบุคคล
Amarante Clinic นำแนวคิด “เห็นก่อนฉีด เห็นระหว่างฉีด และประเมินผลไปพร้อมกับแพทย์” มาเป็นหัวใจของโปรแกรม Confidence Scan โดยนำ Facial Ultrasound เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลประกอบการดูแลในทุกเคสที่แพทย์พิจารณาว่าจำเป็น โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจว่าจะมอบการบริการที่ดีที่สุด โดยได้ผลลัพธ์ที่สวยงามและไม่เป็นอันตราย พร้อมการวางแผนที่มีข้อมูลรองรับอย่างถูกต้อง ควรเป็นสิ่งที่ผู้เข้ารับบริการทุกคนเข้าถึงได้ ไม่ใช่ทางเลือกที่ต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
ขั้นตอนที่ 1 ประเมินใบหน้าและประวัติหัตถการ
แพทย์พูดคุยถึงปัญหาและความต้องการ ประวัติการฉีดฟิลเลอร์หรือทำหัตถการที่ผ่านมา ของผู้เข้ารับบริการ พร้อมประเมินโครงสร้างใบหน้าเบื้องต้น
ขั้นตอนที่ 2 ประเมินด้วย Facial Ultrasound
แพทย์จะใช้ Facial Ultrasound ในบริเวณที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อดูลักษณะและประเมินของเนื้อเยื่อและสิ่งที่อยู่ใต้ผิวในบริเวณต่าง ๆ
ขั้นตอนที่ 3 วางแผนหัตถการจากข้อมูลที่พบ
แพทย์จะนำข้อมูลจากการประเมินมาประกอบการเลือกวิธี ตำแหน่ง และระดับการรักษาให้เหมาะกับปัญหาและโครงสร้างของแต่ละบุคคล
ขั้นตอนที่ 4 ทำหัตถการตามแผน
แพทย์จะดำเนินการทำหัตถการตามแนวทางที่ได้วางแผนไว้ โดยอ้างอิงข้อมูลจากการประเมินก่อนทำ เพื่อให้การรักษาเป็นไปตามแนวทางที่เหมาะสมกับแต่ละเคส
ขั้นตอนที่ 5 ประเมินหรือตรวจยืนยันผล
หลังทำหัตถการ แพทย์สามารถใช้ Facial Ultrasound เป็นข้อมูลประกอบการติดตามหรือประเมินผลเพิ่มเติมในเคสที่มีความจำเป็น เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงและวางแผนการดูแลในขั้นต่อไป
จุดเด่นของการประเมินด้วย Facial Ultrasound ที่ Amarante Clinic
ไม่ใช้การคาดเดาจากภายนอกเพียงอย่างเดียว
Amarante Clinic ใช้ Facial Ultrasound ช่วยให้เห็นรายละเอียดใต้ผิวและนำข้อมูลมาใช้ประกอบการวางแผนการรักษาได้มากขึ้น
วางแผนตามกายวิภาคและประวัติของแต่ละคน
แพทย์จะพิจารณาข้อมูลกายวิภาคและประวัติการทำหัตถการของแต่ละคน เพื่อวางแผนแนวทางที่เหมาะสมกับแต่ละเคสโดยเฉพาะ ไม่ใช้แนวทางเดียวกับทุกคน
เหมาะกับเคสที่มีฟิลเลอร์เดิมหรือมีความซับซ้อน
ในผู้ที่เคยฉีดฟิลเลอร์หรือทำหัตถการหลายครั้ง Facial Ultrasound สามารถให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งที่อยู่ใต้ผิว เพื่อช่วยให้แพทย์วางแผนการรักษาได้ละเอียดขึ้น
ลูกค้าสามารถเห็นภาพและเข้าใจแผนไปพร้อมกับแพทย์
ผู้เข้ารับบริการสามารถดูภาพจาก Facial Ultrasound ไปพร้อมกับแพทย์ ทำให้เข้าใจโครงสร้างและแนวทางการรักษาได้ง่ายขึ้น และมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจร่วมกับแพทย์มากขึ้น
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Facial Ultrasound
ใช้ Facial Ultrasound เจ็บไหม ต้องทายาชาหรือไม่
ไม่เจ็บ เพราะเป็นการใช้หัวตรวจสัมผัสบนผิวเพื่อสร้างภาพ โดยไม่มีการเจาะหรือฉีด จึงไม่จำเป็นต้องทายาชาก่อนตรวจ
การทำ Facial Ultrasound ใช้เวลาประมาณกี่นาที
ระยะเวลาขึ้นอยู่กับบริเวณที่ต้องการตรวจและความซับซ้อนของแต่ละเคส โดยทั่วไปใช้เวลาไม่นาน และสามารถตรวจพร้อมปรึกษาแพทย์ในวันเดียวกันได้
Facial Ultrasound สามารถดูสารฉีดอื่นที่ไม่ใช้ HA Filler ได้ไหม
Facial Ultrasound สามารถช่วยประเมินสิ่งที่อยู่ใต้ผิวได้ในระดับหนึ่ง แต่ความสามารถในการระบุชนิดของสารจะแตกต่างกันตามประเภทของสารที่เคยฉีด จึงควรให้แพทย์ประเมินเป็นรายกรณี
ใช้ Facial Ultrasound ดูก่อนทำเครื่องยกกระชับหน้าจะได้ผลดีขึ้นไหม
ในบางเคส แพทย์อาจใช้ข้อมูลจาก Facial Ultrasound เพื่อประเมินชั้นผิวและเนื้อเยื่อเพิ่มเติมก่อนวางแผนโปรแกรมยกกระชับ โดยพิจารณาตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล
ฉีดฟิลเลอร์มานานแล้ว ยัง Ultrasound ดูได้ไหม?
สามารถตรวจได้ แต่ผลการประเมินขึ้นอยู่กับชนิดของสารและระยะเวลาที่ฉีดมา แพทย์จะพิจารณาผล Ultrasound ร่วมกับประวัติและการตรวจใบหน้า
Facial Ultrasound มีผลข้างเคียงหรืออันตรายต่อผิวหรือไม่
การตรวจ Facial Ultrasound เพื่อดูภาพใต้ชั้นผิว ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งพลังงานรักษาเข้าสู่ผิว จึงไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงต่อผิว และควรตรวจโดยแพทย์หรือผู้ที่ได้รับการฝึกอบรมอย่างเหมาะสม
ประเมินก่อนฉีดด้วย Facial Ultrasound ที่ Amarante Clinic
ก่อนตัดสินใจเติมหรือแก้ไขปัญหาใบหน้า การวางแผนไม่ควรเริ่มจากคำถามเพียงว่า “ต้องฉีดกี่ CC?” แต่ควรทำความเข้าใจก่อนว่าปัญหาเกิดจากอะไร และใต้ชั้นผิวมีโครงสร้างแบบใด หรือมีสารเติมเต็มเดิมอยู่หรือไม่ ที่ Amarante Clinic เราให้ความสำคัญกับใบหน้าของทุกคนตั้งแต่ขั้นตอนการปรึกษาไปจนถึงการดูแลหลังทำ เริ่มจากการประเมินโครงสร้างใบหน้าและใช้ Facial Ultrasound ช่วยในการวางแผนการรักษา เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงามและไม่มีผลข้างเคียงหลังทำหัตถการที่เป็นอันตราย หากสนใจสามารถจองคิวปรึกษาแพทย์หรือทักเข้ามาสอบถามโปรโมชั่นลับได้ตามช่องทางที่อยู่ด้านล่างนี้