โปรแกรม Ellanse เติมเต็มโครงหน้า พร้อมกระตุ้นคอลลาเจน
สรุปสาระสำคัญ
- โปรแกรม Ellanse คือสารฉีดกระตุ้นคอลลาเจนที่ให้ผลเติมเต็มได้แบบการฉีดฟิลเลอร์ ประกอบด้วยเจล CMC สำหรับเติมวอลลุ่มทันที และอนุภาค PCL สำหรับกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนระยะยาว
- ผลลัพธ์หลังจากฉีดโปรแกรม Ellanse แบ่งเป็น 2 ช่วง คือ เห็นผลเติมเต็มทันทีหลังฉีดจากเนื้อเจล และผลลัพธ์ที่ค่อย ๆ พัฒนาขึ้นจากคอลลาเจนใหม่ในช่วง 6 – 12 สัปดาห์ คงผลลัพธ์ได้ประมาณ 12 – 24 เดือนขึ้นอยู่กับรุ่น
- โปรแกรม Ellanse ไม่สามารถฉีดสลายด้วย Hyaluronidase ได้เหมือนฟิลเลอร์ Hyaluronic Acid การเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและแพทย์ที่เชี่ยวชาญงานฉีดผิวจึงสำคัญมาก
| ชื่อโปรแกรม | โปรแกรม Ellanse |
|---|---|
| จุดเด่น | เติมเต็มเห็นผลตั้งแต่หลังฉีด พร้อมกระตุ้นคอลลาเจนต่อเนื่องในระยะยาว |
| เหมาะกับปัญหา | หน้าตอบ ร่องลึก โครงหน้าไม่ได้สัดส่วน ผิวไม่แน่นไม่กระชับ ผิวหน้าโทรมขาดความอิ่มฟู |
| บริเวณที่ทำได้ | หน้าผาก ขมับ โหนกแก้มและแก้มส่วนกลาง ร่องแก้ม มุมปาก คาง แนวกราม |
| ผลลัพธ์ | เห็นการเติมเต็มทันทีหลังฉีด และผลลัพธ์ค่อย ๆ พัฒนาขึ้นตามการสร้างคอลลาเจนใหม่ คงผลลัพธ์ประมาณ 12 – 24 เดือนตามรุ่นที่ฉีด |
| ราคาเริ่มต้น | 29,900 – 35,900 บาท ต่อ 1 CC |
| โปรแกรมอื่นที่แนะนำ | โปรแกรม HArmonyCa, โปรแกรม Sculptra, โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์, โปรแกรม Radiesse |
สารบัญหัวข้อ โปรแกรม Ellanse
Ellanse คืออะไร
Ellansé (อ่านว่า อีลองเซ่ ส่วนชื่อที่จดทะเบียนในไทยคือ อีแลนเซ่) คือ สารฉีดกระตุ้นคอลลาเจน ที่มีคุณสมบัติพิเศษในการยกและเติมเต็มผิวได้ทันทีแบบฟิลเลอร์ พร้อมกับฟื้นฟูคุณภาพผิวจากภายในไปด้วยในเวลาเดียวกันจากการกระตุ้นคอลลาเจน เห็นการเปลี่ยนแปลงของโครงหน้าได้ตั้งแต่หลังฉีด แล้วผลลัพธ์จะถูกส่งต่อไปยังคอลลาเจนใหม่ที่ร่างกายสร้างขึ้นเอง พัฒนาขึ้นจากประเทศเนเธอร์แลนด์ และได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ระยะยาวมากกว่าการเติมเต็มแบบชั่วคราว
องค์ประกอบของ Ellanse แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่
- เจล CMC (Carboxymethyl Cellulose) ทำหน้าที่เป็นตัวพาและเติมเต็มวอลลุ่มให้เห็นผลตั้งแต่วันที่ฉีด เป็นสารที่ร่างกายดูดซึมได้เอง
- อนุภาค PCL (Polycaprolactone) เป็นสารพอลิเมอร์ที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ ทำหน้าที่พยุงผิวและกระตุ้นคอลลาเจนให้ร่างกายสร้างขึ้นใหม่อย่างต่อเนื่อง
กลไกการทำงานของ Ellanse
- หลังฉีดทันที – เจล CMC จะช่วยเติมเต็มร่องลึกและเพิ่มวอลลุ่มให้ผิวทันที ทำให้เห็นผลตั้งแต่วันแรก ก่อนจะค่อย ๆ ถูกดูดซึมและสลายไปภายในประมาณ 3 เดือน
- ช่วงต้นหลังฉีด – อนุภาค PCL จะเริ่มกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตั้งแต่หลังฉีด โดยคอลลาเจนใหม่จะเริ่มพยุงผิวได้ชัดในช่วง 6 – 12 สัปดาห์ และค่อย ๆ เข้ามาทดแทนเจล CMC ที่สลายไป ทำให้ผลลัพธ์ดูต่อเนื่องเป็นธรรมชาติ ไม่รู้สึกว่าหน้ายุบลงกะทันหัน
- ช่วงคงผลลัพธ์ – PCL จะยังคงกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและพยุงผิวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 1 – 2 ปี ขึ้นอยู่กับรุ่นของ Ellanse และการตอบสนองของแต่ละบุคคล
Ellanse ช่วยอะไร
- เติมเต็มวอลลุ่ม – ช่วยเพิ่มปริมาตรในบริเวณที่ยุบตัว เช่น ขมับ แก้มตอบ หรือหน้าผาก ทำให้ใบหน้าดูอิ่มฟู มีมิติ และอ่อนเยาว์ขึ้นตั้งแต่หลังฉีด
- ปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วน – สามารถปรับรูปหน้าในจุดต่าง ๆ เช่น คาง กรอบหน้า หรือแก้ม เพื่อให้ใบหน้าดูสมส่วนและมีมิติมากขึ้น
- ลดริ้วรอยร่องลึก – ช่วยเติมเต็มร่องแก้ม ร่องมุมปาก และริ้วรอยลึกให้ดูตื้นขึ้น พร้อมช่วยให้ผิวบริเวณนั้นเรียบเนียนขึ้นเมื่อคอลลาเจนใหม่ถูกสร้างขึ้น
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน – อนุภาค PCL จะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่อง ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน และทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้นาน
- เพิ่มความแน่นกระชับ – เมื่อคอลลาเจนในชั้นผิวหนามาขึ้น ผิวจะมีความยืดหยุ่นและแน่นขึ้น ช่วยลดความรู้สึกหย่อนคล้อยของผิว โดยเฉพาะบริเวณแก้มและกรอบหน้า
- ฟื้นฟูคุณภาพผิว – ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียน แข็งแรง และอิ่มฟูมากขึ้น เพราะคอลลาเจนใหม่ช่วยปรับคุณภาพผิวโดยรวม ไม่ได้เพียงเติมเต็มเฉพาะจุด
Ellanse เหมาะกับใคร
- ผู้มีปัญหา หน้าตอบ หรือร่องลึก – ช่วยเติมเต็มวอลลุ่มให้ใบหน้าดูอิ่มฟูและอ่อนเยาว์ขึ้น
- ที่ต้องการปรับรูปหน้า – ผู้ที่ต้องการเสริมคาง ปรับกรอบหน้า หรือปรับสัดส่วนใบหน้าให้ดูสมดุล โดยไม่ต้องผ่าตัด
- ผู้ที่มีปัญหาผิวไม่แน่น ไม่กระชับ – ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวแน่นขึ้น
- ต้องการเติมเต็มและฟื้นฟูผิว – ช่วยเติมเต็มวอลลุ่มและฟื้นฟูคุณภาพผิวไปพร้อมกัน ทำให้ผิวดูเรียบเนียนและอิ่มฟูขึ้น
- ผู้ที่เน้นผลลัพธ์ในระยะยาวและเป็นธรรมชาติ – ผู้ที่ไม่ต้องการฉีดบ่อย และต้องการผลลัพธ์ที่ค่อย ๆ ดูเป็นธรรมชาติจากการสร้างคอลลาเจนของร่างกาย
โปรแกรม Ellanse ที่ Amarante Clinic
หัวใจสำคัญของงานฉีดสารเติมเต็มและสารกระตุ้นคอลลาเจน ไม่ได้อยู่ที่ตัวผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ “ผู้ฉีด” เพราะการวางตำแหน่ง ปริมาณที่ใช้ และความลึกของชั้นผิวที่ฉีด เป็นสิ่งที่กำหนดว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร
ที่ Amarante Clinic พร้อมด้วยทีมแพทย์ที่มีความรู้ความชำนาญ และประสบการณ์ด้านงานฉีดผิวหน้า ทั้งโปรแกรมฟิลเลอร์และโปรแกรมฉีดสารกระตุ้นคอลลาเจน เข้าใจกายวิภาคของใบหน้าและตำแหน่งของเส้นเลือดสำคัญเป็นอย่างดี ช่วยประเมินปัญหาใบหน้าและออกแบบการฉีดโปรแกรม Ellanse ให้เหมาะกับแต่ละบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูละมุน เข้ากับโครงหน้า และคงความเป็นธรรมชาติ พร้อมดูแลทุกขั้นตอนตั้งแต่ก่อนทำ ระหว่างทำ และหลังทำ เพื่อให้คุณมั่นใจในผลลัพธ์และไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย
ขั้นตอนการฉีดโปรแกรม Ellanse
- ประเมินปัญหาและวางแผนการรักษา – แพทย์ประเมินโครงหน้า และปัญหาที่ต้องการแก้ไข พร้อมซักประวัติสุขภาพและวางแผนการฉีดให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
- ออกแบบตำแหน่งและปริมาณที่ใช้ – กำหนดตำแหน่งการฉีด ระดับชั้นผิว และปริมาณของผลิตภัณฑอย่างเหมาะสม เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและได้สัดส่วน
- เตรียมผิวก่อนฉีด – ทำความสะอาดผิวและทายาชาประมาณ 20 – 30 นาที เพื่อลดความรู้สึกไม่สบายระหว่างทำหัตถการ
- ฉีดโปรแกรม Ellanse – แพทย์เริ่มฉีดโปรแกรม Ellanse ด้วยเทคนิคที่เหมาะสมกับแต่ละบริเวณ ใช้เวลาประมาณ 15 – 30 นาที
- ตรวจผลและดูแลหลังทำ – แพทย์ตรวจผลลัพธ์หลังฉีด พร้อมประคบเย็นเพื่อลดอาการบวม ก่อนแนะนำวิธีดูแลตัวเองและนัดติดตามผลตามความเหมาะสม
ฉีดโปรแกรม Ellanse จุดไหนได้บ้าง
- หน้าผาก – ช่วยเติมเต็มหน้าผากที่แบนหรือมีรอยบุ๋ม ให้ดูโหนกนูนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ และรับกับโครงหน้าเมื่อมองจากด้านข้าง
- ขมับ – ช่วยเติมเต็มขมับตอบ ลดความโทรมและความเหลี่ยมของกรอบหน้า ทำให้ใบหน้าดูอิ่มและอ่อนเยาว์ขึ้น
- โหนกแก้มและแก้มส่วนกลาง – ช่วยเพิ่มวอลลุ่มบริเวณแก้ม ยกใบหน้าส่วนกลางให้ดูมีมิติ และช่วยให้ร่องแก้มดูตื้นขึ้น
- ร่องแก้ม – ช่วยเติมเต็มร่องแก้มที่ลึกให้ดูตื้นขึ้น ทำให้ใบหน้าดูสดใสและไม่ดูเหนื่อยล้า
- มุมปาก – ปรับมุมปากที่ตกลงให้ดูยกขึ้น ช่วยให้สีหน้าโดยรวมดูเป็นมิตรและอ่อนเยาว์
- คาง – ช่วยเพิ่มความยาวและปรับรูปทรงคาง ให้สัดส่วนใบหน้าด้านข้างดูสมดุลมากขึ้น
- แนวกราม (กรอบหน้า) – เสริมแนวกรามให้คมชัด ช่วยให้กรอบหน้าดูกระชับและมีมิติมากขึ้น
จุดที่ไม่แนะนำให้ฉีด
จุดที่ควรหลีกเลี่ยงในการฉีดโปรแกรม Ellanse คือ บริเวณริมฝีปาก เปลือกตา รอบดวงตา และหว่างคิ้ว เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีโครงสร้างละเอียดและมีเส้นเลือดสำคัญอยู่มาก การฉีดสารกระตุ้นคอลลาเจนอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดก้อน ตุ่มนูน หรือผิวไม่เรียบ และหากเกิดปัญหาขึ้นจะไม่สามารถฉีดสลายด้วยเอนไซม์เหมือนฟิลเลอร์ HA ได้
ฉีดโปรแกรม Ellanse รุ่นไหนดี
ปัจจุบันโปรแกรม Ellanse ที่ผ่านการรับรองจาก อย. ไทย มีอยู่ 2 รุ่น คือ Ellanse S และ Ellanse M ทั้งสองรุ่นมีส่วนประกอบหลักเหมือนกันคือเจล CMC และอนุภาค PCL แต่แตกต่างกันที่ความยาวของสายโมเลกุล PCL ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อระยะเวลาการย่อยสลาย และทำให้ระยะคงผลลัพธ์ต่างกัน ยิ่งสายโมเลกุลยิ่งยาว ร่างกายก็ยิ่งใช้เวลาย่อยสลายนานขึ้น ผลลัพธ์จึงอยู่ได้นานตามไปด้วย
Ellanse S
ตัว S ย่อมาจาก Short เป็นรุ่นที่ให้ระยะคงผลลัพธ์สั้น โดยมักอยู่ในช่วงประมาณ 12 – 18 เดือน เหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าในอนาคต หรือดูผลลัพธ์หลังเติมเต็มระยะสั้น
Ellanse M
ตัว M ย่อมาจาก Medium มีสายโมเลกุล PCL ที่ยาวกว่า รุ่น S ทำให้คงผลลัพธ์ได้ประมาณ 24 เดือน หรือราว 2 ปี เหมาะกับผู้ที่ต้องการคงผลลัพธ์ไว้ในระยะยาวและไม่ต้องการเข้ารับการฉีดซ้ำบ่อย
นอกจาก 2 รุ่นข้างต้น ในต่างประเทศยังมีการกล่าวถึงอีก 2 รุ่น คือ Ellanse L (Long) ที่ระบุว่าอยู่ได้ประมาณ 3 ปี และ Ellanse E (Extend) ที่ระบุว่าอยู่ได้ประมาณ 4 ปี ซึ่งทั้งสองรุ่นนี้ยังไม่ผ่านการรับรองจาก อย. ไทย และไม่ได้มีงานวิจัยรองรับอย่างชัดเจนเท่ารุ่น S และ M หากพบ Ellanse L และ Ellanse E ในประเทศไทย ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะอาจเป็นสินค้าที่ไม่ได้นำเข้าอย่างถูกต้องหรือเป็นของปลอม
ความแตกต่างของโปรแกรม Ellanse กับ โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ (HA Filler)
- ส่วนประกอบหลักต่างกัน – โปรแกรม Ellanse มีเจล CMC ช่วยเติมเต็ม และ PCL ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ส่วนฟิลเลอร์ HA มี Hyaluronic Acid เป็นส่วนประกอบหลัก เน้นการเติมเต็มและเพิ่มวอลลุ่ม
- กลไกต่อผิว – โปรแกรม Ellanse ทำงานสองกลไก คือ เติมวอลลุ่มในช่วงแรก แล้วให้ PCL กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเพื่อช่วยพยุงผิวในระยะต่อมา ส่วนฟิลเลอร์ HA เติมเต็มด้วยเนื้อเจลโดยตรง
- ผลลัพธ์หลังฉีด – เห็นผลเติมเต็มหลังฉีดและผลลัพธ์จะค่อย ๆ พัฒนาตามการสร้างคอลลาเจน ขณะที่ฟิลเลอร์ HA เห็นผลเติมเต็มและปรับรูปหน้าได้ทันที
- ระยะคงอยู่ของผลลัพธ์ – โปรแกรม Ellanse อาจคงผลลัพธ์ได้ประมาณ 12 – 24 เดือนตามรุ่นที่เลือก ส่วนฟิลเลอร์ HA มีระยะประมาณ 6 – 18 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ รุ่น บริเวณที่ฉีด และการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อบริเวณนั้น
- เหมาะกับใคร – โปรแกรม Ellanse เหมาะกับผู้ที่ต้องการเติมวอลลุ่มพร้อมกระตุ้นคอลลาเจนและเน้นผลลัพธ์ระยะยาว ส่วนฟิลเลอร์ HA เหมาะกับผู้ที่ต้องการเติมเต็มเฉพาะจุดและต้องการความยืดหยุ่นในการปรับแก้
- การฉีดสลาย – ไม่สามารถฉีดสลายด้วย Hyaluronidase ได้ เพราะเอนไซม์นี้ออกฤทธิ์กับ HA เท่านั้น จึงต้องรอให้ CMC และ PCL ย่อยสลายตามธรรมชาติ ขณะที่ฟิลเลอร์ HA สามารถใช้ Hyaluronidase ช่วยสลายได้
โปรแกรม Ellanse ต่างจากโปรแกรมฉีดกระตุ้นคอลลาเจนอื่นอย่างไร
- โปรแกรม Ellanse – ประกอบด้วย CMC + PCL ช่วงแรกช่วยเติมวอลลุ่มให้เห็นผลทันที ส่วน PCL จะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในระยะต่อมา ช่วยให้ผิวดูแน่นและมีโครงสร้างมากขึ้น ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 12 –2 4 เดือน เหมาะกับผู้ที่ต้องการทั้งเติมเต็มและกระตุ้นคอลลาเจน
- โปรแกรม HArmonyCa – ผสาน HA + CaHA ช่วงแรก HA ช่วยเติมเต็มและเพิ่มวอลลุ่ม ส่วน CaHA ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนในระยะยาว ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 12 – 18 เดือน เหมาะกับผู้ที่ต้องการเติมเต็มพร้อมช่วยพยุงและกระชับผิว
- โปรแกรม Sculptra – มี PLLA เป็นส่วนประกอบหลัก ช่วงแรกยังไม่เห็นผลชัดเจน แต่จะค่อย ๆ เห็นผลจากการสร้างคอลลาเจนใหม่ในระยะต่อมา ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 2 ปี เหมาะกับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูวอลลุ่มแบบค่อยเป็นค่อยไป
- โปรแกรม Radiesse – มี CaHA เป็นส่วนประกอบหลัก ช่วงแรกช่วยพยุงและเสริมโครงสร้าง ส่วนระยะยาว CaHA จะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 12 – 18 เดือน เหมาะกับผู้ที่ต้องการเน้นการพยุงผิวและเสริมโครงสร้าง เช่น แนวกรามและคาง
แนะนำโปรแกรมฉีดกระตุ้นคอลลาเจนให้ตรงกับปัญหา
- โปรแกรม Ellanse – เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาใบหน้าตอบ ขาดวอลลุ่ม ร่องลึก หรือผิวเริ่มไม่แน่น ช่วยเติมเต็มวอลลุ่ม พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ให้ผิวดูแน่นและใบหน้ามีมิติมากขึ้น
- โปรแกรม HArmonyCa – เหมาะกับผู้ที่มีผิวเริ่มหย่อนคล้อย ขาดวอลลุ่ม หรือกรอบหน้าไม่ชัด ช่วยเติมเต็มวอลลุ่ม พร้อมพยุงผิวและกระตุ้นคอลลาเจน ให้ใบหน้าดูกระชับและได้สัดส่วนมากขึ้น
- โปรแกรม Sculptra – เหมาะกับผู้ที่มีใบหน้าซูบตอบ ผิวบาง ขาดความแน่นและความยืดหยุ่น ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนเพื่อค่อย ๆ ฟื้นวอลลุ่มและปรับคุณภาพผิวให้ดูอิ่มฟูขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
- โปรแกรม Radiesse – เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อน กรอบหน้าไม่ชัด หรือบริเวณที่ต้องการการพยุงโครงสร้าง ช่วยเสริมความแข็งแรงของโครงสร้าง พร้อมกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวดูแน่นและกระชับขึ้น
โปรแกรม Ellanse ราคาเท่าไหร่
โปรแกรม Ellanse 1 กล่อง จะประกอบด้วย 2 Syringe โดย Syringe ละ 1 CC ซึ่งการคิดราคาจะคิดตามจำนวน CC ที่ใช้จริง ไม่ได้บังคับให้ใช้ทั้งกล่องในครั้งเดียว ทำให้ผู้เข้ารับบริการสามารถเลือกปริมาณให้เหมาะกับปัญหาและงบประมาณของตัวเองได้
- โปรแกรม Ellanse-S หัตถการโดยคุณหมอต้น (นพ.สฤษดิ์ ตันติอภิชาต ว. 33128) ราคา 35,900 บาท / CC (จากปกติ 69,000 บาท)
- โปรแกรม Ellanse-S หัตถการโดยทีมแพทย์ประจำ Amarante Clinic ได้แก่ คุณหมอมุก (พญ.ชัญญา บุษปฤกษ์ ว. 67696) และคุณหมอตุลย์ (นพ.ญาณวุฒิ วชิรดิษย์ ว. 71947) ราคา 29,900 บาท / CC (จากปกติ 64,000 บาท)
ฉีดโปรแกรม Ellanse กี่ CC
จำนวน CC ไม่มีตายตัวชัดเจน ซึ่งแพทย์จะประเมินจากปัญหา โครงสร้างใบหน้า บริเวณที่ต้องการแก้ไข และผลลัพธ์ที่ต้องการ โดยทั่วไปอาจใช้ประมาณ 1 – 4 CC และอาจมากกว่า 5 CC ในกรณีที่สูญเสียวอลลุ่มมากหรือมีหลายจุดที่ต้องแก้ไข ซึ่งเป็นเพียงแนวทางโดยประมาณ ไม่ใช่มาตรฐานสำหรับทุกคน
Ellanse 1 CC เติมเต็มและปรับรูปหน้าเฉพาะจุด
เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาเฉพาะจุด เช่น เติมคางเล็กน้อย ปรับขมับ หรือแก้ร่องแก้มตื้น เน้นแก้ไขจุดเล็ก ๆ ให้ใบหน้าดูดีขึ้น
Ellanse 2 CC พยุงโครงหน้าให้สมมาตร
เหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับ 2 บริเวณที่สัมพันธ์กัน เช่น ขมับทั้งสองข้าง หรือคางร่วมกับแนวกราม เพื่อให้ใบหน้าดูได้สัดส่วนมากขึ้น
Ellanse 3-4 CC ปรับหลายบริเวณ ฟื้น Volume โดยรวม
เหมาะกับผู้ที่เริ่มสูญเสียวอลลุ่มหลายจุด เช่น ขมับตอบ แก้มตอบ และร่องแก้ม ช่วยฟื้นวอลลุ่มโดยรวมให้ใบหน้าดูอิ่มและมีมิติมากขึ้น
Ellanse 5 CC ขึ้นไป หน้าตอบหลายจุด ฟื้น Volume ทั้งหน้า
เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาหน้าตอบหรือสูญเสียวอลลุ่มหลายจุด แพทย์อาจวางแผนแบ่งรอบการฉีดหลายครั้ง เพื่อประเมินผลและปรับปริมาณให้เหมาะสมกับใบหน้า
ฉีดโปรแกรม Ellanse มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง
ด้านมาตรฐานความปลอดภัย
โปรแกรม Ellanse มีส่วนประกอบหลักคือ CMC และ PCL ซึ่งสามารถย่อยสลายได้ตามกลไกของร่างกาย โดย CMC จะค่อย ๆ ถูกดูดซึม ส่วน PCL จะค่อย ๆ ย่อยสลายและถูกกำจัดออกตามธรรมชาติ จึงไม่ใช่สารที่ตกค้างถาวร
อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์และโอกาสเกิดปัญหาขึ้นอยู่กับทั้งคุณภาพของผลิตภัณฑ์และเทคนิคการฉีด เพราะโปรแกรม Ellanse ไม่สามารถฉีดสลายด้วย Hyaluronidase ได้เหมือนฟิลเลอร์ HA การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรอง และแพทย์ที่มีประสบการณ์ เข้าใจกายวิภาคและชั้นผิว จึงเป็นสิ่งสำคัญก่อนตัดสินใจฉีด
ผลข้างเคียงของ Ellanse
ผลข้างเคียงทั่วไป
- อาการบวม แดง หรือรอยช้ำบริเวณที่ฉีด มักดีขึ้นภายใน 3 – 7 วัน
- รู้สึกตึงหรือเจ็บเล็กน้อยเมื่อกดบริเวณที่ฉีด
- คลำเจอความไม่เรียบเล็กน้อยในช่วงแรก ซึ่งมักดีขึ้นเมื่อเนื้อเจลเข้าที่
- ผิวบริเวณที่ฉีดอาจดูอิ่มกว่าปกติในช่วงแรกจากอาการบวม แล้วค่อย ๆ เข้ารูปภายใน 1 – 2 สัปดาห์
ผลข้างเคียงที่ควรพบแพทย์
- ปวด บวม แดง หรือร้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ แทนที่จะดีขึ้น
- ผิวบริเวณที่ฉีดเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดหรือสีคล้ำผิดปกติ
- มีตุ่มแข็งหรือก้อนนูนที่ไม่ยุบลงหลังผ่านไปหลายสัปดาห์
- มองเห็นภาพผิดปกติ ตาพร่ามัว หรือปวดตาอย่างรุนแรง
- มีไข้ หนอง หรืออาการที่มีความเสี่ยงว่าจะติดเชื้อ
ฉีดโปรแกรม Ellanse ที่ไหนดี? ทำไมควรเลือก Amarante Clinic
Amarante Clinic เราให้ความสำคัญกับทุกรายละเอียดของงานฉีดผิว โดยแพทย์มีประสบการณ์ในการดูแลทั้งการฉีดฟิลเลอร์และสารกระตุ้นคอลลาเจน พร้อมเข้าใจความแตกต่างของผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท เพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะกับปัญหาและโครงหน้าของแต่ละคน เพราะผลลัพธ์ที่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่จะประเมินผิวอย่างละเอียดว่าปัญหาแบบนี้ควรฉีดบริเวณใด ลงในชั้นผิวไหน และใช้ปริมาณเท่าไร เพื่อให้การเติมเต็มและการกระตุ้นคอลลาเจนทำงานได้อย่างเหมาะสม ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ กลมกลืน และน่าพึงพอใจในแบบที่ยังเป็นตัวเอง
การเตรียมตัวก่อนฉีดโปรแกรม Ellanse
- งดแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนฉีด
- งดยาหรืออาหารเสริมบางชนิด เช่น แอสไพริน วิตามินอี และน้ำมันปลา ควรปรึกษาแพทย์ก่อนหยุดใช้ ไม่ควรหยุดยาเอง
- เว้นระยะจากเลเซอร์หรือหัตถการอื่นตามคำแนะนำของแพทย์
- หากมีสิวอักเสบรุนแรง เริม แผลเปิด หรือการติดเชื้อบริเวณที่จะฉีด ควรแจ้งแพทย์และรักษาให้เรียบร้อยก่อน
- แจ้งประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว ยาที่ใช้ และประวัติการแพ้ให้แพทย์ทราบ
- แจ้งประวัติการฉีดฟิลเลอร์หรือสารกระตุ้นคอลลาเจน รวมถึงชนิดและระยะเวลาที่เคยทำ
การดูแลตัวเองหลังฉีดโปรแกรม Ellanse
- ประคบเย็นเบา ๆ ในช่วง 24 – 48 ชั่วโมงแรก เพื่อลดอาการบวมและรอยช้ำ
- หลีกเลี่ยงการนวด กด หรือสัมผัสบริเวณที่ฉีดแรง ๆ เว้นแต่แพทย์จะแนะนำเป็นกรณีเฉพาะ
- หลีกเลี่ยงความร้อนสูง เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ อาบน้ำร้อนจัด และแดดจัดในช่วงแรก
- งดออกกำลังกายหนักประมาณ 2 – 3 วันแรก และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายร้อนมาก
- งดแอลกอฮอล์ในช่วง 24 – 48 ชั่วโมงแรก และพักผ่อนให้เพียงพอ
- หลีกเลี่ยงเลเซอร์หรือหัตถการที่ใช้ความร้อนและอัลตราซาวด์บริเวณเดียวกัน จนกว่าแพทย์จะประเมินว่าเหมาะสม
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ ดูแลผิวและทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ
- เข้าพบแพทย์ตามนัด เพื่อติดตามผลลัพธ์หลังการฉีด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรม Ellanse
โปรแกรม Ellanse กับ โปรแกรม HArmonyCa ตัวไหนเติมเต็มได้ดีกว่า
ทั้งสองโปรแกรมช่วยเติมเต็มและปรับรูปหน้าได้ แต่มีคุณสมบัติต่างกัน โดยโปรแกรม HArmonyCa ใช้ HA ช่วยเติมเต็มในช่วงแรก จึงให้สัมผัสที่นุ่มและมีความยืดหยุ่น ส่วนโปรแกรม Ellanse ใช้เจล CMC ร่วมกับ PCL ให้ทั้งการเติมเต็มและกระตุ้นคอลลาเจนในระยะยาว การเลือกจึงควรพิจารณาจากปัญหา โครงหน้า และผลลัพธ์ที่ต้องการ โดยให้แพทย์เป็นผู้ประเมิน
ถ้าเคยฉีดฟิลเลอร์มาก่อน ฉีดโปรแกรม Ellanse ได้ไหม
แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ และควรแจ้งแพทย์ว่าฟิลเลอร์เดิมเป็นชนิดใด ฉีดบริเวณไหน และทำมาเมื่อไร เพราะฟิลเลอร์ที่ยังเหลืออยู่มีผลต่อการวางแผนฉีดโปรแกรม Ellanse ในบางกรณีแพทย์อาจแนะนำให้รอหรือฉีดสลายฟิลเลอร์เดิมก่อน เพื่อให้ประเมินและออกแบบการรักษาได้เหมาะสม
ถ้าเคยฉีดสารกระตุ้นคอลลาเจนตัวอื่น ฉีดโปรแกรม Ellanse ได้ไหม
สามารถทำได้ แต่ควรแจ้งแพทย์เกี่ยวกับสารที่เคยฉีด เช่น โปรแกรม Sculptra, โปรแกรม Radiesse หรือ โปรแกรม HArmonyCa รวมถึงระยะเวลาที่ผ่านมา เนื่องจากสารเดิมอาจยังส่งผลต่อเนื้อเยื่อและการสร้างคอลลาเจน แพทย์จึงต้องประเมินก่อนว่าควรเว้นระยะและใช้ปริมาณเท่าใด
ถ้าครบ 1 หรือ 2 ปี แล้ว หน้าจะยุบไหม
เมื่อถึงระยะเวลา ใบหน้าจะไม่ได้ยุบลงทันที แต่จะเปลี่ยนแปลงไปตามการย่อยสลายของสารและการเปลี่ยนแปลงของคอลลาเจน หากต้องการรักษาผลลัพธ์ต่อเนื่อง สามารถให้แพทย์ประเมินและวางแผนการเติมตามความเหมาะสม
ถ้าไม่ชอบผลลัพธ์ของ Ellanse แก้ไขอย่างไร?
โปรแกรม Ellanse ไม่สามารถฉีดสลายด้วย Hyaluronidase ได้เหมือนฟิลเลอร์ HA การแก้ไขจึงต้องประเมินสาเหตุและใช้วิธีที่เหมาะสม เช่น การปรับสมดุลของใบหน้า, หัตถการเฉพาะทาง หรือรอให้สารค่อย ๆ ย่อยสลายตามธรรมชาติ
เติมเต็มพร้อมกระตุ้นคอลลาเจนด้วยโปรแกรม Ellanse ที่ Amarante Clinic
การกระตุ้นคอลลาเจนมีหลากหลายทางเลือก ไม่ได้มีเพียงโปรแกรม Ellanse เพราะแต่ละโปรแกรมเหมาะกับปัญหาและเป้าหมายที่แตกต่างกัน หากต้องการทั้งการเติมเต็มและกระตุ้นคอลลาเจน นอกจากโปรแกรม Ellanse ยังมีโปรแกรม HArmonyCa เป็นอีกทางเลือก ส่วนผู้ที่ต้องการกระตุ้นคอลลาเจนและยกกระชับโดยไม่ใช้การฉีด ยังสามารถเลือกโปรแกรม Oligio X, Thermage และ Ultherapy ได้ หากสนใจสามารถทักเข้ามาจองคิวปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินปัญหาและเลือกแนวทางการรักษา พร้อมรับโปรโมชั่นที่น่าสนใจได้ตามช่องทางด้านล่างนี้