บอกลาหน้าหมอง โปรแกรมเลเซอร์หน้าใส เหมาะกับใคร ได้ผลจริงไหม

บอกลาหน้าหมอง! โปรแกรมเลเซอร์หน้าใส เหมาะกับใคร ได้ผลจริงไหม?

ไม่ว่าใครก็ฝันที่จะมีผิวหน้ากระจ่างใสและเรียบเนียน ไร้กังวลปัญหารอยสิว รูขุมขนกว้าง หรือหลุมสิว และหนึ่งในวิธีที่จะช่วยเรียกคืนความมั่นใจและผิวที่เนียนใสกว่าเดิมได้นั้น คือ “โปรแกรมเลเซอร์หน้าใส” เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มีคุณสมบัติดูแลปัญหาผิวได้หลากหลาย ทั้งกระตุ้นคอลลาเจน ลดเลือนรอยดำ รอยแดงสิว และปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน

บทความนี้มารู้จักกับ เลเซอร์หน้าใส กันว่าคืออะไร มีประโยชน์อย่างไร เหมาะกับการดูแลผิวแบบไหน พร้อมรู้จักกับประเภทเลเซอร์หน้าที่นิยมใช้ว่ามีข้อดี-ข้อเสียอะไรบ้าง รวมถึงเคล็ดลับในการเตรียมตัวก่อนทำ ดูแลตัวเองหลังทำ มาให้ทุกคนได้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจกัน

โปรแกรม เลเซอร์หน้าใส คืออะไร

โปรแกรม เลเซอร์หน้าใส คือ เทคโนโลยีการดูแลผิวด้วยพลังงานเลเซอร์ที่มีคุณสมบัติกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ลดการทำงานของเม็ดสีเมลานิน ปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนและกระจ่างใสในระยะเวลาสั้นๆ สามารถดูแลปัญหาผิวได้ครอบคลุม ไม่ว่าจะปัญหาจุดด่างดำ รอยแดงสิว ฝ้า กระ รอยหลุมสิว ตลอดจนปรับสีผิว และสภาพผิวให้มีความเรียบเนียน สม่ำเสมอกว่าเดิม

ประโยชน์การทำเลเซอร์หน้าใส

ประโยชน์และข้อดีของการทำเลเซอร์หน้าใส

การทำเลเซอร์หน้าใสมีประโยชน์ในการดูแลรักษาสิวมากมาย ดังนี้

  • ช่วยลดเลือนรอยแดง รอยดำจากสิว 
  • ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอทั่วใบหน้า 
  • ปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนมากยิ่งขึ้น
  • รักษาหลุมสิว กระชับรูขุมขนกว้างให้เล็กลง 
  • จัดการปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ ผิวหมองคล้ำ
  • กระตุ้นให้ริ้วรอยเล็กๆ ตื้นๆ บนใบหน้าดูจางลง
  • ทำให้ผิวเนียนใสพร้อมมั่นใจตลอดไม่ต้องแต่งหน้าหนานานๆ

เลเซอร์หน้าใส เหมาะกับใคร

เลเซอร์หน้าใสเหมาะกับใคร

สำหรับเลเซอร์หน้าใส เป็นเลเซอร์ที่เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว ไม่ว่าจะเป็นผิวมัน ผิวแห้ง หรือแม้แต่ผิวแพ้ง่ายก็สามารถทำได้ และนอกจากจะเหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับสภาพผิวให้มีความกระจ่างใสและมั่นใจมากขึ้นแล้ว ยังเหมาะสำหรับกลุ่มคนเหล่านี้อีกด้วย เช่น

  • ผู้ที่มีปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ
  • ผู้ที่มีปัญหารอยดำ รอยแดงจากสิว
  • ผู้ที่ปัญหารอยหลุมสิว ผิวไม่เรียบเนียน
  • ผู้ที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง
  • ผู้ที่ต้องการลดเลือนเส้นริ้วรอยบางๆ ทั่วใบหน้า
  • ผู้ที่ไม่มีเวลาดูแลผิว ต้องการคงสภาพผิวเนียนใส
  • ผู้ที่ต้องการเห็นผลการฟื้นฟูสภาพผิวในระยะเวลาสั้นๆ

เลเซอร์หน้าใสไม่เหมาะกับใคร

เพราะการทำเลเซอร์หน้าใสจำเป็นต้องอาศัยพลังงานเลเซอร์ยิงลงลึกสู่ชั้นผิวเพื่อทำให้เม็ดสีที่อยู่ใต้ผิวแตกตัว ไปพร้อมๆ กับกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ทำให้ผิวกระจ่างใส ลดเลือนรอยดำ ฝ้า กระได้อย่างเห็นผล แต่อาจไม่เหมาะสำหรับกลุ่มคนเหล่านี้

  • สตรีมีครรภ์ หรืออยู่ในช่วงระหว่างให้นมบุตร เพราะแสงเลเซอร์อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคุณแม่และลูกน้อยได้
  • ผู้ป่วยเกี่ยวกับโรคผิวหนัง เช่น ผิวหนังอักเสบ ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง เพราะอาจกระตุ้นให้เกิดอาการระคายเคืองผิวมากกว่าเดิมได้
  • ผู้ที่มีแผลสด แผลผ่าตัด หรือแผลติดเชื้อบริเวณที่ต้องการทำเลเซอร์หน้า เพราะอาจเพิ่มการติดเชื้อ หรือทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายได้ จึงต้องทำการรักษาให้หายดีก่อนจึงจะสามารถทำเลเซอร์ได้
  • ผู้ที่มีสิวอักเสบ สิวหัวหนองบริเวณที่ต้องการทำเลเซอร์หน้าใส ซึ่งแนะนำให้รักษาสิวให้หายดีเสียก่อน 
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้แสงแดดง่าย อาจทำให้เกิดผื่นแพ้ หรืออาการระคายเคืองผิวรุนแรงหลังทำเลเซอร์หน้าใสได้
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ภูมิคุ้มกันบกพร่อง โรคมะเร็ง เพราะบุคคลเหล่านี้มีความสามารถในการซ่อมแซมบาดแผลต่ำกว่าปกติ หากทำเลเซอร์หน้าใสชนิดที่มีบาดแผลอาจทำให้แผลหายช้าได้

โปรแกรม เลเซอร์หน้าใส มีกี่แบบ

เลเซอร์หน้าใสมีกี่แบบ อะไรบ้าง

เห็นได้ว่าเลเซอร์หน้าใสเหมาะกับการดูแลผิวที่หลากหลาย ไม่แต่ช่วยให้ผิวกระจ่างใสเท่านั้น แต่ครอบคลุมไปถึงการรักษารอยดำ รอยแดง รอยหลุมสิว และสามารถปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนมากยิ่งขึ้นได้ 

ปัจจุบันเลเซอร์หน้าใสมีอยู่หลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละแบบมีเทคโนโลยีการทำงาน รวมถึงข้อดี และข้อเสียที่แตกต่างกันไป ดังนี้

1. Dual Yellow Laser

เทคโนโลยีเลเซอร์หน้าใสที่มีแหล่งกำเนิดพลังงานเลเซอร์จาก Copper และ Bromide ทำให้เกิดแสงเลเซอร์ 2 ชนิด คือ เลเซอร์แสงสีเขียว ความยาวคลื่น 511 nm  สำหรับดูแลปัญหาผิวที่เกี่ยวกับความผิดปกติของเม็ดสี เช่น ฝ้า กระ รอยดำสิว ขณะที่เลเซอร์แสงสีเหลือง ความยาวคลื่น 578 nm จะเหมาะสำหรับดูแลปัญหาผิวที่เกี่ยวกับความผิดปกติของเส้นเลือด เช่น รอยแดงสิว ปานแดง

ดูรายละเอียดและรีวิว : โปรแกรม Dual Yellow Laser

ข้อดี ข้อเสีย
• ช่วยดูแลให้ผิวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ
• ช่วยลดเลือนรอยแดง รอยดำจากสิว
• ช่วยลดเลือนรอยฝ้า กระ จุดด่างดำ
• ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนเพิ่มสัมผัสผิวกระชับเต่งตึง
• ช่วยกระชับรูขุมขน ปรับสภาพผิวเรียบเนียน
• หลังทำจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงแสงแดด
• ต้องทำเลเซอร์อย่างต่อเนื่อง เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน

2. Q-Switch Laser

เทคโนโลยีเลเซอร์หน้าใสรุ่นแรกๆ ที่มีคุณสมบัติทำให้เม็ดสีใต้ชั้นผิวแตกตัว สามารถลดเลือนปัญหาผิวที่เกิดจากความผิดปกติของเม็ดสีอย่างพวกฝ้า กระ จุดด่างดำ หรือแม้แต่รอยสัก และรอยแผลเป็นที่มีสีเข้มๆ ได้ตรงจุด โดยแบ่งเป็นความยาวคลื่น 2 ช่วง ได้แก่ 532 nm เหมาะสำหรับดูแลปัญหาผิวชั้นตื้น รวมถึงรอยปานแดง รอยสักสีแดง

และ 1,064 nm พลังงานลงลึกกว่าถึงชั้นหนังแท้ เพื่อทำให้เม็ดสีแตกตัว เหมาะสำหรับดูแลรอยฝ้า กระฝังลึก รอยแผลเป็น หรือลบรอยสักสีเข้มๆ โดยเฉพาะ

ข้อดี ข้อเสีย
• ช่วยลดเลือนรอยฝ้า กระ จุดด่างดำได้ตรงจุด
• สามารถใช้ลบรอยสัก รอยปานได้
• มีส่วนช่วยกระตุ้นคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ทำให้ผิวเรียบเนียน
• ช่วยกระชับรูขุมขน
• หลังทำอาจทำให้ผิวลอก ตกสะเก็ด ต้องดูแลหลังทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

3. Fractional CO2 Laser

เลเซอร์หน้าใสที่มีความยาวคลื่นสูงถึง 10,600 nm ส่งพลังงานลงลึกเพื่อสร้างรูแผลขนาดเล็กใต้ชั้นผิว ทำให้ร่างกายกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเร่งการผลัดเซลล์ผิว สามารถช่วยทำให้ผิวหน้ามีความเนียนใส และสามารถรักษารอยหลุมสิว ปรับสภาพผิวเรียบเนียน ตลอดจนลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้าได้อย่างตรงจุด ทั้งยังเป็นประเภทเลเซอร์หน้าใสที่ใช้กำจัดติ่งเนื้อจำพวกไฝ กระเนื้อ หรือขี้แมลงวันได้อีกด้วย

ข้อดี ข้อเสีย
• พลังงานลงลึก ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
• ช่วยดูแลปัญหาผิวได้หลากหลาย เช่น รอยหลุมสิว รูขุมขนกว้าง ริ้วรอยแห่งวัย
• สามารถใช้กำจัดขี้แมลงวัน ไฝ กระเนื้อได้
• หลังทำอาจทำให้ผิวลอก ผิวตกสะเก็ดได้
• หากเข้ารับบริการกับผู้ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญ อาจทำให้ผิวไหม้เบิร์นได้ เนื่องจากเป็นเลเซอร์ที่มีความยาวคลื่นสูง

4. E-Matrix

เลเซอร์หน้าใสที่อาศัยพลังงาน Fractional Radiofrequency หรือคลื่นวิทยุความถี่สูงแบบแบ่งส่วน สามารถช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวและเร่งการผลัดเซลล์ผิวชั้นนอก ทำให้ผิวกระจ่างใสไปพร้อมๆ กับปรับสภาพผิวให้มีความเรียบเนียน สามารถจัดการปัญหารูขุมขนกว้าง ผิวไม่เรียบเนียน และรอยหลุมสิวได้

ข้อดี ข้อเสีย
• ช่วยปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนมากยิ่งขึ้น
• ช่วยกระชับรูขุมขนกว้างให้เล็กลง
• ช่วยรักษารอยหลุมสิว
• ช่วยเพิ่มความกระจ่างใสให้ผิว
• สามารถทำได้ในทุกสภาพและสีผิว
• หลังทำทิ้งสะเก็ดแผลค่อนข้างเยอะ ไม่เหมาะกับผู้ที่ไม่มีเวลาพักหน้า
• จำเป็นต้องเข้ารับบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน

5. IPL

IPL หรือ Intense Pulse Light เทคโนโลยีลำแสงเลเซอร์เข้มข้นที่มีกลไกการทำงานใกล้เคียงกับเลเซอร์หน้าใสทั่วไป เพียงแต่มีพลังงานและความยาวคลื่นค่อนข้างต่ำ ทำให้ไม่ลงลึกถึงผิวชั้นในสุด มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นคอลลาเจนได้ในระดับหนึ่ง และสามารถช่วยทำให้ผิวดูกระจ่างใส รูขุมขนกระชับ รวมถึงช่วยรักษารอยแดงจากสิวได้

ข้อดี ข้อเสีย
• ช่วยปรับสีผิวให้ดูกระจ่างใสมากขึ้น
• มีส่วนช่วยรักษารอยแดงสิว กระชับรูขุมขน
• เจ็บน้อย หลังทำไม่ต้องพักหน้า ไม่ต้องพักฟื้น
• จำเป็นต้องเข้ารับบริการหลายครั้ง และต่อเนื่องเพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน
• อาจมีอาการบวมแดง รอยไหม้หลังทำหากมีการตั้งค่าพลังงานไม่เหมาะสม

โปรแกรมเลเซอร์หน้าใส อันตรายไหม

การดูแลผิวหน้าด้วยเลเซอร์หน้าใสถือเป็นทางเลือกที่มีความปลอดภัยค่อนข้างสูง เมื่อทำกับแพทย์ผู้ชำนาญที่มีการประเมินปัญหาผิว เลือกใช้เครื่องเลเซอร์หน้า ตลอดจนมีการตั้งค่าพลังงานให้เหมาะสมกับสภาพผิว หรือปัญหาผิวของแต่ละบุคคลได้อย่างเหมาะสม

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

แม้ว่าเลเซอร์หน้าจะมีความปลอดภัยสูง แต่เลเซอร์บางชนิดอาจมีผลข้างเคียง หรืออาการแทรกซ้อนที่สามารถพบได้ปกติหลังทำ เช่น ผิวแห้งกร้าน รอยแดง อาการบวม สิวเห่อ หรือในเลเซอร์บางชนิดอาจทำให้ผิวตกสะเก็ด และจำเป็นต้องมีระยะเวลาในการพักหน้าประมาณ 5-7 วันแล้วแต่บุคคล 

ทั้งนี้ผลข้างเคียงดังกล่าวที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อย หากปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด แต่หากเกิดอาการผิดปกติใดๆ หลังทำ แนะนำพบแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษาที่เหมาะสมได้ทันที

ขั้นตอนการทำเลเซอร์หน้าใส

สำหรับขั้นตอนการทำเลเซอร์หน้าใส โดยปกติแล้วจะใช้ระยะเวลาประมาณ 15-30 นาที ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีที่ใช้และระดับความรุนแรงของปัญหาผิวแต่ละบุคคล ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้

  • เข้ารับการปรึกษากับแพทย์เพื่อประเมินปัญหาผิวและเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสม ประมาณ 10-15 นาที
  • เริ่มจากการทำความสะอาดสิ่งสกปรก เช็ดคราบเครื่องสำอางบนผิวหน้าออกทั้งหมด
  • สวมแว่นกันแสง หรือผ้าปิดตาเพื่อปกป้องดวงตาจากแสงเลเซอร์
  • ทาเจลเย็นเพื่อซับแสงเลเซอร์ หรืออาจมีการใช้ยาชาก่อนทำเลเซอร์เพื่อบรรเทาอาการเจ็บในกรณีทำเลเซอร์หน้าแบบตกสะเก็ด โดยเจลเย็นและยาชาที่ใช้จะต้องเป็นชนิดที่ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อป้องกันอาการแพ้ หรือระคายเคืองผิวหลังทำ
  • แพทย์เริ่มทำการเลเซอร์หน้าบริเวณที่มีปัญหาผิว ซึ่งระหว่างทำจะมีการเป่าลมเย็นเพื่อบรรเทาอาการเจ็บ แสบ ร้อน หรืออาการไม่สบายผิวที่เกิดจากการยิงเลเซอร์ ทำให้ผู้เข้ารับบริการรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น
  • เสร็จแล้ว แพทย์อาจมีการแนะนำวิธีดูแลตัวเองหลังทำเลเซอร์ที่ถูกต้อง เช่น ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดหลังทำเลเซอร์ หมั่นทาครีมบำรุงเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ และเร่งการฟื้นตัวของผิวให้เร็วมากขึ้น

การเตรียมตัวก่อนทำเลเซอร์หน้าใส

ก่อนตัดสินใจทำเลเซอร์หรือก่อนวันที่เข้ารับบริการ ควรเตรียมผิวให้พร้อม เพราะเลเซอร์หน้าจะส่งผลต่อผิวโดยตรง ฉะนั้นเพื่อเป็นการป้องกันผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ แนะนำเตรียมตัวก่อนทำเลเซอร์หน้าใส ดังนี้

  • เลี่ยงการสัมผัสแดดโดยตรงอย่างน้อย 2 สัปดาห์ หากจำเป็นควรหาอุปกรณ์ป้องกัน เช่น ร่ม หมวก และหมั่นทาครีมกันแดดประสิทธิภาพสูง
  • งดการใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว สครับผิว เช่น ผลิตภัณฑ์กลุ่ม AHA BHA เพราะอาจทำให้ผิวแห้งระคายเคืองได้ง่าย
  • ในกรณีมีสิวอักเสบ สิวหนอง หรือบาดแผลสด ควรรักษาให้หายดีเสียก่อน เพื่อเลี่ยงการติดเชื้อหลังทำเลเซอร์

การดูแลตัวเองหลังทำเลเซอร์หน้าใส

นอกจากจะเตรียมตัวเตรียมผิวให้พร้อมก่อนเลเซอร์แล้ว หลังเลเซอร์ก็ควรปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อให้ผลลัพธ์เลเซอร์หน้าใสออกมาเห็นผลชัดเจน ได้ผลลัพธ์หลังทำเลเซอร์ที่เป็นไปตามความคาดหวัง และเพื่อเป็นการป้องกันการเกิดผลข้างเคียง อาการแทรกซ้อนที่ไม่พึงประสงค์อย่างรอยแผลเป็น รอยดำที่อาจรักษายากและคงอยู่ถาวร โดยมีวิธีในการดูแลตัวเองหลังทำเลเซอร์ ดังนี้

  • เลี่ยงการสัมผัสแสงแดดโดยตรงอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์แรก เพราะอาจทำให้ผิวไวต่อแสง และเกิดความหมองคล้ำ จุดด่างดำ หรือเกิดอาการระคายเคืองผิวได้ง่าย
  • หมั่นทาครีมกันแดดสูตรอ่อนโยนต่อผิวเป็นประจำ รวมถึงปกป้องผิวจากแสงแดดด้วยการใส่หมวก ใส่แว่นกันแดด กางร่มกันยูวี และควรหมั่นทาครีมกันแดดซ้ำทุกๆ 2-3 ชั่วโมง ในกรณีที่ต้องออกแดดจัด
  • ในกรณีเลเซอร์หน้าแบบตกสะเก็ด งดให้ผิวบริเวณที่ทำการรักษาสัมผัสน้ำอย่างน้อย 24 ชั่วโมง จากนั้นสามารถทำความสะอาดผิวด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวสูตรอ่อนโยนได้ 
  • งดการใช้สกินแคร์ หรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีคุณสมบัติผลัดเซลล์ผิว เช่น กลุ่ม AHA BHA กรดวิตามิน A หรือ เรตินอล เพราะอาจทำให้ระคายเคืองผิวได้
  • ควรหลีกเลี่ยงการแต่งหน้า ใช้เครื่องสำอางลงบนบริเวณที่ทำเลเซอร์อย่างน้อย 1-3 สัปดาห์แรก เพื่อให้ผิวได้ฟื้นตัวได้เต็มที่ และเพื่อเป็นการป้องกันการอุดตัน ระคายเคืองผิวหลังเลเซอร์
  • หมั่นบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์สูตรอ่อนโยน และดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน 
  • ในกรณีเลเซอร์หน้าใสแบบตกสะเก็ด งดแกะ เกา นวด ถูสะเก็ดแผล

ทั้งนี้ หากหลังทำเลเซอร์พบอาการผิดปกติ เช่น มีลักษณะผื่นแดง บวม อาการเจ็บปวด หรือแสบผิวบริเวณที่ทำเลเซอร์ไม่หาย แม้ดูแลตามคำแนะนำของแพทย์แล้ว ควรรีบกลับไปพบแพทย์ทันทีเพื่อเข้ารับการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมต่อไป

โปรแกรมเลเซอร์หน้าใส ราคาเท่าไหร่

ปกติแล้วราคาทำเลเซอร์หน้าใส จะเริ่มตั้งแต่ครั้งละ 1,000 บาท ไปถึง 30,000 บาทต่อครั้ง แตกต่างไปในแต่ละคลินิก เพราะเทคโนโลยีที่ใช้ จำนวนครั้งที่เข้ารับบริการ โปรโมชั่น รวมถึงชื่อเสียงและประสบการณ์ของแพทย์ผู้ให้บริการ 

หากต้องการทราบราคาในการเข้ารับบริการทำเลเซอร์หน้าใส ขอแนะนำว่าให้เข้ารับการปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนว่าปัญหาผิวของผู้เข้ารับบริการเหมาะกับเลเซอร์หน้าใสประเภทไหน ควรเข้ารับบริการกี่ครั้งถึงจะเห็นผล หรือคลินิกนั้นๆ มีแพ็กเกจโปรโมชั่นที่น่าสนใจอะไรบ้าง

โปรแกรมเลเซอร์หน้าใส ทำที่ไหนดี

เลเซอร์หน้าใสที่ไหนดี เลือกคลินิกอย่างไรให้เหมาะสม

ด้วยความนิยมของเลเซอร์หน้าใส ทำให้หลายๆ คลินิกมีบริการดังกล่าวอย่างแพร่หลาย และแต่ละคลินิกนั้นก็มีเทคโนโลยี หรือเครื่องเลเซอร์ที่แตกต่างกันออกไป อาจทำให้หลายคนตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกทำเลเซอร์หน้าใส ที่ไหนดี ซึ่งขอแนะนำให้พิจารณาจากปัจจัยดังต่อไปนี้

  • เลือกคลินิกที่มีการเปิดให้บริการอย่างถูกต้องตามกฎหมายตรวจสอบได้
  • เลือกเข้ารับบริการเลเซอร์หน้าใสกับคลินิกที่มีแพทย์จบการศึกษาด้านผิวหนังหรือความงามโดยตรง มีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมจากแพทยสภา รวมถึงต้องได้รับการประเมินสภาพผิว และรับทราบถึงแนวทางการรักษาอย่างละเอียดจากแพทย์ก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการด้วย
  • เลือกคลินิกที่ใช้เครื่องเลเซอร์ที่ได้มาตรฐาน มีการรับรองทั้งในประเทศและต่างประเทศ และควรสอบถามทางคลินิกให้แน่ชัดว่า เทคโนโลยีที่ใช้เป็นรุ่นที่ทันสมัย เหมาะกับสภาพผิวของผู้เข้ารับบริการหรือไม่
  • เลือกทำเลเซอร์ที่คลินิกที่มีรีวิวจากผู้เข้าใช้บริการจริง
  • เลือกคลินิกที่มีบริการดูแลหลังการรักษาที่ดี ให้คำแนะนำและคอยติดตามอาการอย่างใกล้ชิด
  • เลือกทำเลเซอร์ที่คลินิกที่มีราคาสมเหตุสมผล
  • เลือกคลินิกที่สามารถเดินทางได้สะดวกสบาย เพื่อความสะดวกในการเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

รีวิวโปรแกรมเลเซอร์หน้าใส ที่ Amarante Clinic

รีวิว เลเซอร์หน้าใส Dual Yellow ลดรอยสิว จุดด่างดำ
รีวิว ก่อน-หลัง เลเซอร์หน้าใส Dual Yellow

คำถามที่พบบ่อย เลเซอร์หน้าใส

เลเซอร์หน้าใสเจ็บไหม

ความเจ็บปวดขณะทำเลเซอร์หน้าใสอยู่ในระดับที่สามารถทนได้ ทั้งนี้ระดับความเจ็บก็อาจแตกต่างกันไปในแต่ละเทคโนโลยีเลเซอร์หน้าที่ใช้ เนื่องจากพลังงานลงลึกไม่เท่ากัน และเลเซอร์บางชนิดก็อาจมีการทำให้ผิวลอก จึงอาจรู้สึกเจ็บหลังทำได้มากกว่า

เลเซอร์หน้าใสทำกี่ครั้งถึงเห็นผล

โดยปกติแล้วควรเข้ารับบริการต่อเนื่องอย่างน้อย 3-5 ครั้ง ซึ่งจำนวนครั้งในการเข้ารับบริการเลเซอร์หน้าใสจะแตกต่างไปในแต่ละบุคคล ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีในการรักษาที่ใช้ร่วมด้วย จึงขอแนะนำให้ปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อน

เลเซอร์หน้าใสทำบ่อยแค่ไหน ถึงจะดี

ความถี่ในการเข้ารับบริการเลเซอร์หน้าใสควรห่างกันประมาณ 4-6 สัปดาห์จะดีที่สุด เพราะหากทำถี่เกินไปอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงกับผิวหน้าได้ หรือหากทิ้งช่วงห่างเกินไปก็อาจจะไม่เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนได้เช่นกัน

สรุป

สรุปแล้ว เลเซอร์หน้าใส เป็นทางเลือกในการดูแลผิวสำหรับผู้ที่กังวลปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำ ฝ้า กระ รอยดำรอยแดงสิว รอยหลุมสิว ต้องการฟื้นบำรุงผิวให้ดีขึ้นในระยะเวลาสั้นๆ หรือผู้ที่ไม่ได้มีปัญหาผิว แต่ต้องการคงสภาพให้ผิวดูสุขภาพดีก็สามารถเข้ารับบริการได้เช่นกัน ทั้งนี้มีเลเซอร์หน้าอยู่หลายประเภท แนะนำเข้ารับการปรึกษากับแพทย์ผู้ชำนาญเพื่อรับการประเมินปัญหาผิว และเลือกใช้เทคโนโลยีเลเซอร์ หรือหาแนวทางการดูแลรักษาผิวให้เหมาะกับแต่ละบุคคลจะดีที่สุด

ขอบคุณคุณลูกค้าทุกท่านที่สนใจโปรโมชั่นดีๆ ของ Amarante Clinic นะคะ
🚩 อย่าลืมแอดไลน์ @amarante.official เพื่อที่จะไม่พลาดโปรโมชั่นสุดพิเศษนะคะ
😄 หรือสนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้เลย
✅ Line คลิก > @amarante.official
✅ Inbox Facebook คลิก > @amaranteclinic
✅ Instagram คลิก > amarante_clinic
📍 สาขา อารีย์ : อาคารบ้านยสวดี (BTS อารีย์ ทางออกที่ 3) 
📞 080-393-6669
📍 สาขา บางนา : For You Park
📞 080-556-5294
📍 ทั้ง 2 สาขา มีที่จอดรถ สะดวกสบาย
🕘 เปิดให้บริการทุกวัน : 11.00-20.00 น.

บทความที่น่าสนใจ

ไอคอน PDPA
ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า