หลายคนที่กำลังคิดจะ ฉีดฟิลเลอร์ครั้งแรก มักมีคำถามคล้ายกันว่า เจ็บไหม บวมกี่วัน ต้องใช้กี่ CC เลือกฉีดบริเวณไหนดี ฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อต่างกันอย่างไร และจะรู้ได้อย่างไรว่าผลลัพธ์จะเหมาะกับใบหน้าของตัวเอง นอกจากนี้ยังอาจกังวลเรื่องฟิลเลอร์เป็นก้อน หน้าดูแข็ง หรือผลข้างเคียงหลังฉีด บทความนี้จึงรวบรวมข้อมูลพื้นฐานที่มือใหม่ควรรู้ ตั้งแต่ฟิลเลอร์คืออะไร ช่วยแก้ปัญหาอะไร การเลือกตำแหน่งและปริมาณที่เหมาะสม ไปจนถึงการเตรียมตัวและข้อควรระวังก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ครั้งแรก
สรุปสาระสำคัญ
- ฉีดฟิลเลอร์ คือ สารเติมเต็มที่แพทย์ใช้เพื่อเติมบริเวณที่ยุบ เป็นร่อง หรือช่วยปรับรูปหน้า และสัดส่วนใบหน้า
- จุดที่ฉีดฟิลเลอร์ส่วนใหญ่ ได้แก่ ใต้ตา ขมับ แก้ม ปาก หน้าผาก คาง ฯลฯ ปริมาณฟิลเลอร์แตกต่างกันตามตำแหน่ง ปัญหา และโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคน
- ฟิลเลอร์กลุ่ม Hyaluronic Acid สามารถแก้ไขฟิลเลอร์ด้วยการฉีดสลายฟิลเลอร์ได้ แต่หากเป็นฟิลเลอร์ปลอม ที่ฉีดแล้วฟิลเลอร์เป็นก้อน อาจต้องแก้ไขด้วยการขูดฟิลเลอร์
- ฉีดฟิลเลอร์ ราคาขึ้นอยู่กับยี่ห้อ รุ่น ปริมาณที่ใช้ และตำแหน่งที่ฉีด โดยที่ Amrante Clinic ราคาเริ่มต้นที่ 5,900 – 25,900 บาท/CC
ฟิลเลอร์ คืออะไร ?
ฟิลเลอร์ คือ สารเติมเต็มที่แพทย์ฉีดเข้าไปในตำแหน่งที่มีการยุบตัว เป็นร่อง หรือมีสัดส่วนที่ต้องการปรับ โดยฟิลเลอร์ที่นิยมใช้ในปัจจุบันเป็นกลุ่ม Hyaluronic Acid หรือ HA ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยเติมเต็มเนื้อเยื่อและสามารถสลายได้ตามธรรมชาติ
การฉีดฟิลเลอร์สามารถใช้ได้ทั้งในเชิงแก้ปัญหาและปรับสัดส่วนใบหน้า เช่น เติมใต้ตาลึก ขมับตอบ แก้มตอบ ร่องแก้ม หรือใช้ปรับรูปคาง ปาก และกรอบหน้า ทั้งนี้ตำแหน่งและปริมาณที่ใช้ควรประเมินตามโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคล
ฉีดฟิลเลอร์ตรงไหนได้บ้าง ใช้กี่ CC แต่ละจุดช่วยอะไร
- ฟิลเลอร์ใต้ตา – ช่วยเติมร่องใต้ตา ลดลักษณะตาลึกหรือหน้าดูเหนื่อย หน้าโทรม ใช้ประมาณ 1–2 CC
- ฟิลเลอร์ขมับ – ช่วยเติมขมับตอบ ทำให้สัดส่วนด้านข้างใบหน้าดูเต็มขึ้น ใช้ประมาณ 1–2 CC/ข้าง
- ฟิลเลอร์แก้ม – ฉีดได้หลายจุดตามปัญหา
- ฟิลเลอร์หน้าแก้ม – ช่วยเติมบริเวณหน้าแก้มที่ยุบและพยุงโครงสร้างช่วงกลางหน้า ใช้ประมาณ 1–2 CC/ข้าง
- ฟิลเลอร์แก้มตอบ – ช่วยเติมแอ่งแก้ม ลดลักษณะหน้าตอบหรือโหนกแก้มดูเด่น ใช้ประมาณ 1–2 CC/ข้าง
- ฟิลเลอร์ร่องแก้ม – ช่วยเติมร่องที่ลึกและทำให้ช่วงกลางหน้าดูเรียบขึ้น ใช้ประมาณ 1–2 CC
- ฟิลเลอร์แก้มส้ม – ช่วยเติมและปรับรูปทรงบริเวณหน้าแก้มให้ดูอิ่ม มีมิติ และช่วยพยุงช่วงกลางหน้า ใช้ประมาณ 1–2 CC/ข้าง
- ฟิลเลอร์ร่องน้ำหมาก – ช่วยเติมร่องบริเวณมุมปากที่ลึกลงตามวัย ใช้ประมาณ 1–2 CC
- ฟิลเลอร์ปาก – ช่วยเพิ่มความอิ่ม ปรับทรงปาก หรือแก้ความไม่สมดุล ใช้ประมาณ 1 CC
- ฟิลเลอร์คาง – ช่วยเติมคางสั้น คางถอย หรือปรับทรงคางให้รับกับสัดส่วนใบหน้า ใช้ประมาณ 1–2 CC
- ฟิลเลอร์กรอบหน้า – ช่วยเติมและพยุงบางตำแหน่งเพื่อปรับแนวกรอบหน้า ใช้ประมาณ 1–3 CC ขึ้นไป
- ฟิลเลอร์หน้าผาก – ช่วยเติมบริเวณหน้าผากที่ยุบหรือปรับความโค้งของหน้าผาก ใช้ประมาณ 2–5 CC ขึ้นไป
ปริมาณที่ใช้เป็นเพียงค่าประมาณ เพราะแต่ละคนมีโครงสร้างใบหน้าและระดับปัญหาแตกต่างกัน ควรให้แพทย์ประเมินก่อนกำหนดจำนวน CC ที่เหมาะสมครับ
ฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์อันตรายไหม ?
การฉีดฟิลเลอร์จะไม่เป็นอันตรายหากเลือกใช้เป็นฟิลเลอร์แท้ ซึ่งเป็นสารเติมเต็มในกลุ่ม Hyaluronic Acid (HA) ที่สามารถสลายได้เอง และดูแลการฉีดโดยแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์ยาวนาน มีความเชี่ยวชาญด้านกายวิภาค
ฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ครั้งแรกต้องรู้อะไรบ้าง
สำหรับการเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ครั้งแรก มีสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญอยู่ด้วยกัน 5 ข้อหลัก ๆ ที่ควรรู้ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวย ดูเป็นธรรมชาติ และไม่เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย
1. การประเมินสุขภาพตัวเองเบื้องต้น
ก่อนที่จะเริ่มทำหัตถการ แพทย์จะมีการประเมินสุขภาพและซักประวัติเรื่องโรคประจำตัวและการแพ้ยาอย่างละเอียด โดยเฉพาะใครที่ทานยาละลายลิ่มเลือด อาหารเสริมจำพวกน้ำมันปลา (Fish Oil), วิตามินอี หรือสารสกัดจากแปะก๊วย ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อน และงดทานก่อนมาฉีดประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อลดอาการบวมช้ำที่อาจเกิดขึ้นได้หลังฉีด
2. ศึกษารีวิว เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน
ควรเลือกฉีดฟิลเลอร์กับคลินิกที่ได้มาตรฐานเท่านั้น ไม่ควรดูแค่ราคาที่ถูก แต่ต้องพิจารณาว่าคลินิกได้มาตรฐาน เชื่อถือได้ และมีรีวิวจากผู้เข้ารับบริการจริงที่ไม่มีการเติมแต่งภาพ คลินิกต้องสะอาด มีใบอนุญาตประกอบกิจการแสดงชัดเจน และมีสภาพแวดล้อมที่ดี เพื่อให้มั่นใจในเรื่องความสะอาด และปลอดเชื้อ
3. ตรวจสอบฟิลเลอร์แท้หรือไม่
หัวใจสำคัญของการฉีดฟิลเลอร์ คือตัวยาที่เลือกใช้ ตัวยาที่ฉีดจะต้องเป็นฟิลเลอร์แท้ที่ตรวจสอบได้ ผ่านการรับรองมาตรฐาน (อย.) สามารถตรวจสอบกล่องยา และสแกน QR Code ดูเลข Lot. การผลิต และชื่อบริษัทผู้นำเข้าได้ เพื่อยืนยันว่า ฟิลเลอร์ที่เรากำลังจะฉีดเป็นสารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid ที่สลายตัวได้เอง ไม่ตกค้างเป็นก้อนในอนาคต
4. เตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์
สำหรับการเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ แพทย์จะแนะนำให้งดดื่มแอลกอฮอล์ และกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีดแรง ๆ เช่น การเข้าซาวน่า หรือออกกำลังกายหนักอย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนฉีด เพื่อให้สภาพผิว และเส้นเลือดพร้อมสำหรับก่อนทำหัตถการ รวมถึงควรพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อให้ร่างกายฟื้นฟูได้เร็วหลังทำ
5. แพทย์ผู้ทำการฉีดต้องมีความชำนาญ
เพราะการฉีดฟิลเลอร์ คือการงาน ‘ศิลปะบนใบหน้า’ แพทย์ที่ฉีดจึงต้องมีประสบการณ์และชำนาญด้านศาสตร์แห่งกายวิภาคสูง เพื่อให้สามารถฉีดโดยหลีกเลี่ยงเส้นเลือดสำคัญ และวางตัวยาในชั้นผิวที่ถูกต้องได้ ซึ่งจะช่วยให้ผลลัพธ์ใบหน้าออกมาดูสมดุล ไม่แข็งทื่อ และได้รูปทรงที่สวยงาม รับกับมิติของใบหน้าได้เป็นอย่างดี
5. ราคาของฟิลเลอร์ โปรโมชั่นต่างๆ ทำไมถึงแตกต่างกัน
ฟิลเลอร์ราคาแพง ฟิลเลอร์ราคาถูก ต่างกันไหมหลายคนคงสงสัย ทำไมบางคลินิกสามารถทำโปรโมชั่นลดราคา เพื่อจูงใจลูกค้าได้ และความแตกต่างของราคาเยอะมาก มาถึงตรงนี้จะขอแนะนำว่า ให้ลองสอบถามเพิ่มเติมก่อนว่า โปรโมชั่นนั้น ใช้ฟิลเลอร์ของยี่ห้อไหน รุ่นอะไร เพราะแต่ละรุ่นใช้แก้ปัญหาในจุดที่แตกต่างกัน ดังนั้นโปรโมชั่นที่คุณเห็น อาจไม่ตรงกับสิ่งที่คุณต้องการรักษา
ต้นทุนฟิลเลอร์ที่คลินิกต่าง ๆ นั้นรับมาราคาใกล้เคียงกัน จึงแนะนำให้เปรียบเทียบราคา บริเวณที่ต้องการฉีด เพราะแต่ละจุดจะใช้ปริมาณ cc ที่ไม่เท่ากัน ตรงไหนที่ใช้ปริมาณ cc ที่มากราคาก็จะแพง หากไปเจอราคาฟิลเลอร์ที่ราคาถูกมาก ขอให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่าเป็นฟิลเลอร์ปลอม ฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตราฐาน หรือผ่าน อย. สารพวกนี้เป็นอันตรายและไม่สะลายได้เอง ฉีดเข้าไปแล้วต้องทำการขุดออกเท่านั้น
6. ผลข้างเคียงจากการฉีดฟิลเลอร์มีอะไรบ้าง
สำหรับใครที่ไม่เคยทำการฉีดฟิลเลอร์มาก่อน คงมีความกังวลใจว่าจะเกิดผลค้างเคียง หรืออาการแพ้หลังฉีดฟิลเลอร์ มาดูอาการข้างเคียงหลัง ฉีดฟิลเลอร์ ครั้งแรก ที่พบกันได้
- อาการฟกช้ำ เนื่องจากการที่เข็มฉีดฟิลเลอร์ ผ่านไปยังบริเวณเส้นเลือด หายไปเองภายใน 2-3 วัน
- อาการบวม นูนแดงซึ่งอาการเหล่านี้จะค่อย ๆ หายไปเองภายใน 2-3 วัน และในบางรายอาจจะนานถึง 1-2 สัปดาห์
- อาการเป็นก้อน ให้นวดเบา ๆ บริเวณที่เป็นก้อน ก็จะดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์ ก็จะกลับมาเป็นปกติได้
อาการแบบนี้หลังฉีดฟิลเลอร์ ต้องมาพบแพทย์!! : หากเลย 2 สัปดาห์ อาการบวมแดงยังไม่หาย มีอาการอักเสบบริเวณที่ฉีด ติดเชื้อ เส้นเลือดอุดตันอาจทำให้เกิดภาวะเนื้อตาย เกิดอุดตันเส้นเลือดที่เลี้ยงดวงตาทำให้ตาบอดได้ อาการเหล่านี้เป็นอาการแพ้ฟิลเลอร์ ไม่สามารถทานยาให้หายได้ แนะนำให้กลับไปพบแพทย์เพื่อทำการแก้ไข
ฉีดฟิลเลอร์ ที่ Amarante clinic แตกต่างจากที่อื่นยังไง?
สำหรับใครที่อยากฉีดฟิลเลอร์ครั้งแรกแต่ยังกลัวอยู่ ไม่ต้องกังวลไป เพราะที่ Amarante Clinic เราไม่ได้มองการฉีดฟิลเลอร์เป็นเพียงแค่การเติมเต็ม แต่เรามองการฉีดฟิลเลอร์เป็นงานศิลปะที่ต้องผสานศาสตร์การแพทย์ที่ล้ำลึก โดยสิ่งที่ทำให้โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ที่ Amarante Clinic โดดเด่นและแตกต่างไปจากที่อื่นก็คือ การเลือกใช้เทคนิคเฉพาะพิเศษที่เรียกว่า “THE A³ LIFTING” ซึ่งเป็นปรัชญาการทำงานที่มีจุดแข็งหลัก ๆ ดังนี้
- ANALYSIS : วิเคราะห์ลึกถึงโครงสร้าง เริ่มต้นด้วยการวางแผนอย่างละเอียด ไม่ใช่แค่จุดที่คนไข้กังวล แต่คือการใช้ประสบการณ์วิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าโดยรวมอย่างเจาะจงเฉพาะบุคคล เพื่อหาต้นเหตุของปัญหาที่แท้จริง
- APPROACH : เลือกใช้เทคนิคที่เหมาะสม และตอบโจทย์แต่ละบุคคลอย่างแม่นยำ โดยใส่ใจในการแก้ไขจุดบกพร่องแบบจุดต่อจุด เพื่อสร้างมิติให้ใบหน้า
- ACHIEVEMENT : ออกแบบการรักษา เพื่อผลลัพธ์ที่ใช่ เป้าหมายในการเติมเต็มของเราไม่ใช่แค่หน้าดูไม่ตอบ แต่คือใบหน้าที่ดู “ยกกระชับขึ้น” ดูดีในแบบที่เป็นคุณ และดูเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัดดึงหน้า