ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม? ปลอดภัยแค่ไหน มีข้อดี - ข้อเสีย อย่างไร

ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม? ปลอดภัยแค่ไหน มีข้อดี – ข้อเสีย อย่างไร

การฉีดฟิลเลอร์มีความเสี่ยง แต่สามารถลดความเสี่ยงได้ เมื่อฉีดโดยแพทย์, ใช้ฟิลเลอร์แท้ และเลือกชนิดของฟิลเลอร์ ปริมาณ และตำแหน่งฉีดให้เหมาะสม ปัญหาที่พบจากการฉีดฟิลเลอร์มักเกี่ยวข้องกับการฉีดโดยผู้ที่ไม่ใช่แพทย์ การใช้ผลิตภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐาน หรือเลือกฟิลเลอร์และตำแหน่งฉีดไม่เหมาะสม ดังนั้นควรเลือกคลินิกที่มีใบอนุญาต มีตัวตนตรวจสอบได้ มีแพทย์ดูแลจริง และมีเคสรีวิวจริง เพื่อให้สามารถติดตามและดูแลผลลัพธ์หลังการฉีด

สรุปสาระสำคัญ

  • ฟิลเลอร์ HA ที่ผ่านการรับรองจาก อย. เป็นสารที่มีโครงสร้างใกล้เคียงกับสารที่พบในร่างกาย และสามารถสลายได้ตามธรรมชาติโดยไม่เป็นอันตราย แต่ยังมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงและภาวะแทรกซ้อน
  • ความเสี่ยงไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวสารเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับแพทย์ เทคนิคการฉีด และการเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐาน ควรเลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์ ฟิลเลอร์ที่ผ่าน อย. และเทคนิคการฉีดที่เหมาะกับแต่ละจุด
  • ผลข้างเคียงส่วนใหญ่เป็นอาการที่พบได้หลังฉีด และจะค่อย ๆ ดีขึ้น ส่วนภาวะแทรกซ้อนรุนแรงพบไม่บ่อย หากเกิดความผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์เพื่อประเมินและแก้ไขอย่างเหมาะสม

ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม?

ฟิลเลอร์ HA (Hyaluronic Acid) เป็นสารที่พบได้ตามธรรมชาติในร่างกาย แต่การฉีดฟิลเลอร์ยังต้องพิจารณาหลายปัจจัย ทั้ง ฉีดกับใคร ฉีดฟิลเลอร์อะไร ฉีดตรงไหน และฉีดปริมาณเท่าไร เพื่อให้เหมาะกับแต่ละบุคคลและลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน

ฉีดฟิลเลอร์กับใคร

ปัจจัยสำคัญที่สุดคือ แพทย์ผู้ฉีดและเทคนิคการฉีด แพทย์ที่มีประสบการณ์และความรู้ความเข้าใจกายวิภาคใบหน้า จะสามารถประเมินตำแหน่งเส้นเลือด ชั้นผิว และเลือกเทคนิคให้เหมาะกับแต่ละจุด ช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เส้นเลือดอุดตันหรือเนื้อเยื่อขาดเลือดได้

ฉีดฟิลเลอร์อะไร

แม้จะเป็นฟิลเลอร์แท้ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจากองค์กรที่น่าเชื่อถือ แต่ถ้าเลือกเนื้อฟิลเลอร์ไม่เหมาะกับตำแหน่งที่ฉีด เช่น เนื้อฟิลเลอร์ไม่เหมาะกับตำแหน่ง หรือใช้ในปริมาณมากเกินความจำเป็น ก็อาจทำให้เกิดฟิลเลอร์เป็นก้อน อาจทำให้เกิดก้อน ผิวไม่เรียบ หรือเพิ่มความเสี่ยงต่อการกดทับเส้นเลือดได้ จึงควรเลือกชนิดและปริมาณให้เหมาะกับแต่ละบริเวณ

ฉีดฟิลเลอร์ตรงไหน

แต่ละตำแหน่งบนใบหน้ามีกายวิภาคของเส้นเลือดและชั้นผิวที่แตกต่างกัน แพทย์ที่มีความรู้ด้านกายวิภาคจะปรับเทคนิคการฉีด ความลึก และทิศทางการฉีดให้เหมาะกับแต่ละจุด โดยเฉพาะบริเวณที่มีเส้นเลือดสำคัญ เพื่อช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน

ฉีดฟิลเลอร์ปริมาณเท่าไหร่

ควรฉีดฟิลเลอร์ตามความจำเป็น หากฉีดในปริมาณที่มากเกินไป นอกจากทำให้เกิดภาวะหน้าล้นแล้ว ยังมีโอกาสที่ฟิลเลอร์จะจับตัวเป็นก้อน ไหลย้ายผิดตำแหน่ง ใบหน้าดูแข็งตึงไม่เป็นธรรมชาติ และเพิ่มความเสี่ยงให้ฟิลเลอร์ไปกดทับหรืออุดตันหลอดเลือด

ผลข้างเคียงของฟิลเลอร์มีอะไรบ้าง

การรู้จักผลข้างเคียงของฟิลเลอร์ไว้ล่วงหน้า ช่วยให้แยกได้ว่าอาการหลังฉีดเป็น อาการที่พบได้ทั่วไปและมักดีขึ้นเอง หรือเป็นสัญญาณผิดปกติที่ควรรีบพบแพทย์ เพื่อให้ดูแลได้อย่างเหมาะสม

กลุ่มที่พบได้บ่อย

อาการกลุ่มนี้มักเกิดขึ้นหลังฉีดและส่วนใหญ่ดีขึ้นได้เองภายในไม่กี่วัน หรือสามารถแก้ไขได้ตามอาการ

  • อาการบวม ช้ำ : มักเกิดจากเข็มกระทบเส้นเลือดฝอย และค่อย ๆ ดีขึ้นได้เอง สามารถประคบเย็นตามคำแนะนำแพทย์
  • ปัญหาเป็นก้อน : อาจเกิดจากฟิลเลอร์กระจายตัวไม่สม่ำเสมอ หากไม่ยุบ แพทย์สามารถประเมินและพิจารณานวดหรือฉีดสลายได้
  • ปัญหาฟิลเลอร์ไหลเคลื่อน : อาจเกิดจากชนิด ปริมาณ หรือตำแหน่งที่ฉีดไม่เหมาะสม สามารถประเมินเพื่อฉีดสลายและวางแผนแก้ไขได้
  • อาการผิวออกฟ้า (Tyndall Effect) : มักเกิดเมื่อฟิลเลอร์อยู่ตื้นเกินไป โดยเฉพาะบริเวณใต้ตา แพทย์สามารถปรับตำแหน่งหรือฉีดสลายฟิลเลอร์บางส่วนได้
  • อาการแพ้ : พบไม่บ่อย อาจมีผื่น คัน หรือบวม แพทย์จะพิจารณาให้ยาตามอาการ

กลุ่มที่พบน้อยมาก

ภาวะแทรกซ้อนกลุ่มนี้พบไม่บ่อย แต่บางกรณีอาจมีความรุนแรง อย่างไรก็ตาม สามารถป้องกันและแก้ไขได้ หากได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและทันท่วงที

  • ฟิลเลอร์เข้าเส้นเลือด : อาจทำให้เลือดไปเลี้ยงเนื้อเยื่อลดลง ต้องรีบพบแพทย์เพื่อแก้ไข
  • เนื้อตาย : เกิดจากการขาดเลือดของเนื้อเยื่อ ต้องได้รับการรักษาโดยเร็วที่สุด
  • การมองเห็นผิดปกติ : เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้น้อยมาก แต่มีความรุนแรงมาก ควรรีบพบแพทย์ทันที
  • ความผิดปกติทางระบบประสาท : อาจเกิดจากภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องกับหลอดเลือด ต้องได้รับการประเมินโดยแพทย์
  • การติดเชื้อ : อาจมีอาการบวม แดง ร้อน หรือปวดมากขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อรับการรักษา

การฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ที่ Amarante Clinic

โปรแกรมฟิลเลอร์ ที่ Amarante Clinic ให้ความสำคัญทั้งกับการปรับรูปหน้าและการลดความเสี่ยงจากการฉีดฟิลเลอร์ โดยมีทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์ในการดูแลหลากหลายเคส เข้าใจกายวิภาคใบหน้า และเลือกใช้เทคนิคการฉีดให้เหมาะกับแต่ละตำแหน่ง รวมถึงเลือกเนื้อฟิลเลอร์ให้เหมาะกับบริเวณและโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคล พร้อมใช้ Facial Ultrasound ช่วยประเมินชั้นผิวและตำแหน่งเส้นเลือด เพื่อให้แพทย์วางแผนและทำหัตถการได้ละเอียดมากยิ่งขึ้น

7 จุดฉีดฟิลเลอร์ จุดไหนเสี่ยงอะไรบ้าง

แต่ละตำแหน่งบนใบหน้ามีโครงสร้างเส้นเลือดและชั้นผิวแตกต่างกัน แพทย์จึงต้องปรับเทคนิคการฉีด ความลึก และชนิดของฟิลเลอร์ให้เหมาะกับแต่ละจุดเพื่อช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน ดังนี้

กลุ่มที่ต้องใช้เทคนิคเฉพาะ

กลุ่มนี้เป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดสำคัญพาดผ่านใกล้ชั้นผิว หากฉีดผิดตำแหน่งหรือผิดเทคนิคอาจเกิดความเสี่ยงสูง จึงต้องอาศัยความชำนาญและเทคนิคเฉพาะทางในการฉีด

จมูก - ฉีดฟิลเลอร์จมูกอันตรายไหม

การฉีดฟิลเลอร์จมูก มีเส้นเลือด Dorsal Nasal Artery และ Lateral Nasal Artery อยู่ หากฟิลเลอร์เข้าสู่หลอดเลือดอาจเสี่ยงเส้นเลือดอุดตันซึ่งอาจลุกลามไปถึงเนื้อเยื่อบริเวณปลายจมูกหรือรอบดวงตาได้

หน้าผากและระหว่างคิ้ว - ฉีดฟิลเลอร์หน้าผากอันตรายไหม

หน้าผากมีเส้นเลือด Supratrochlear และ Supraorbital Artery ซึ่งเชื่อมต่อกับเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงดวงตา หากฉีดฟิลเลอร์หน้าผากผิดตำแหน่งหรือฉีดลึกเกินไป มีความเสี่ยงที่จะกระทบต่อการมองเห็นได้ แพทย์จึงมักใช้แคนนูลาแทนเข็มปกติ ฉีดในชั้นที่เหมาะสม และเลือกฟิลเลอร์เนื้อที่กระจายตัวได้ดีในปริมาณที่พอเหมาะ

ขมับ - ฉีดฟิลเลอร์ขมับอันตรายไหม

การฉีดฟิลเลอร์ขมับผิดชั้นอาจทำให้เกิดรอยช้ำมากผิดปกติ หรือเสี่ยงเส้นเลือดอุดตันได้ เพราะบริเวณขมับมี Middle Temporal Vein และแขนงของ Superficial Temporal Artery อยู่ใกล้เคียง การฉีดผิดชั้นอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการช้ำหรือภาวะแทรกซ้อนจากหลอดเลือด

กลุ่มที่ต้องเลือกเนื้อฟิลเลอร์ให้ถูก

กลุ่มนี้มีเส้นเลือดน้อยกว่ากลุ่มแรกแต่ยังมีความเสี่ยงที่ต้องระมัดระวัง ซึ่งปัญหาฟิลเลอร์มักมาจากการที่การเลือกชนิดและปริมาณฟิลเลอร์ไม่เหมาะสมจึงต้องเลือกเนื้อฟิลเลอร์ให้เหมาะกับโครงสร้างของแต่ละจุด

ใต้ตา - ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอันตรายไหม

บริเวณใต้ตามีผิวหนังที่บางมากและมีเส้นเลือด Infraorbital Artery การเลือกฟิลเลอร์ไม่เหมาะสมอาจทำให้เกิด Tyndall Effect ทำให้เกิดผิวออกฟ้าหรือเป็นก้อนได้ง่าย แพทย์จึงมักเลือกฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาที่เนื้อนิ่ม และฉีดในชั้นลึกใกล้กระดูกด้วยปริมาณที่เหมาะสม

ร่องแก้ม - ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มอันตรายไหม

การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม จึงต้องอาศัยความรู้ตำแหน่งเส้นเลือดที่แม่นยำ เพราะบริเวณร่องแก้มมีมี Facial Artery และ Angular Artery อยู่ในบริเวณใกล้เคียง จึงต้องระวังตำแหน่งเส้นเลือดและเลือกชั้นการฉีดให้เหมาะสม แพทย์มักเลือกฟิลเลอร์เนื้อปานกลางถึงแน่นเพื่อพยุงโครงสร้าง และฉีดในชั้นลึกใกล้กระดูก

กลุ่มที่เสี่ยงน้อยที่สุด

กลุ่มนี้เป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดขนาดเล็กและไม่เชื่อมต่อโดยตรงกับเส้นเลือดหลักที่ไปเลี้ยงอวัยวะสำคัญ จึงมีความเสี่ยงต่ำกว่ากลุ่มอื่น แต่ก็ยังต้องอาศัยเทคนิคที่ถูกต้องเช่นเดิม

คาง - ฉีดฟิลเลอร์คางอันตรายไหม

บริเวณคางมีแขนงเส้นเลือดของ Mental Artery ซึ่งมีขนาดเล็กและไม่เชื่อมต่อกับเส้นเลือดหลักที่ไปเลี้ยงดวงตาหรือสมอง แพทย์มักเลือกฉีดฟิลเลอร์คางที่เนื้อแน่นเพื่อช่วยพยุงโครงหน้า และฉีดในชั้นลึกใกล้กระดูกคาง

ริมฝีปาก - ฉีดฟิลเลอร์ปากอันตรายไหม

บริเวณริมฝีปากมี Labial Artery อยู่ภายใน แม้จะอยู่ในผิวชั้นตื้นแต่ก็มีขนาดเล็กและไม่ได้เชื่อมกับเส้นเลือดที่ไปยังตำแหน่งอันตราย แต่ยังต้องระมัดระวังเช่นเดียวกัน โดยแพทย์มักเลือกฉีดฟิลเลอร์ปากเนื้อนิ่มที่ให้สัมผัสเป็นธรรมชาติและใช้ปริมาณที่เหมาะสมเพื่อให้ได้ทรงปากที่สวยและได้สัดส่วน

จุดที่ไม่แนะนำให้ฉีดฟิลเลอร์

บริเวณที่ไม่แนะนำให้ฉีดฟิลเลอร์ คือ การฉีดฟิลเลอร์หน้าอก การฉีดฟิลเลอร์สะโพก และการฉีดฟิลเลอร์อวัยวะเพศ (น้องชาย,น้องสาว) เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีเนื้อเยื่อขนาดใหญ่ ต้องใช้ปริมาณฟิลเลอร์มาก หากใช้ในปริมาณมากโดยไม่มีข้อบ่งชี้ที่เหมาะสมหรือไม่ได้รับการรับรองทางการแพทย์ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการอักเสบ ติดเชื้อ ฟิลเลอร์จับตัวเป็นก้อนหรือไหลได้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินให้ละเอียดกันอีกครั้ง

สัญญาณที่ควรติดต่อแพทย์หลังฉีดฟิลเลอร์

หลังฉีดฟิลเลอร์ แต่ละคนอาจมีอาการแตกต่าง โดยอาการสามารถแบ่งได้ตั้งแต่ บวม แดง หรือช้ำเล็กน้อย การสังเกตอาการตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยให้หากพบความผิดปกติจะได้รับการประเมินและแก้ไขได้ทันท่วงที

วิธีเช็กตัวเองง่าย ๆ ที่บ้าน

สามารถใช้เทคนิค Capillary Refill Test ได้ ซึ่งเป็นการสังเกตการไหลเวียนเลือดเบื้องต้น โดยใช้นิ้วกดเบา ๆ บริเวณผิวที่ฉีดฟิลเลอร์จนสีผิวซีดลงแล้วปล่อยนิ้วออก หากผิวกลับมาเป็นสีปกติภายใน 1-2 วินาที ถือว่าการไหลเวียนเลือดยังปกติดี แต่หากสีผิวกลับมาช้ากว่านั้น หรือผิวยังคงซีดขาวอยู่ ควรติดต่อแพทย์ที่ฉีดให้ทันทีเพื่อประเมินอาการอย่างละเอียด

วิธีฉีดฟิลเลอร์ให้ปลอดภัยมากขึ้น

นอกจากเลือกฉีดกับแพทย์ที่ชำนาญและใช้ฟิลเลอร์ของแท้แล้ว ยังมีรายละเอียดอื่น ๆ ที่ช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนและเพิ่มความมั่นใจในการฉีดฟิลเลอร์ ดังนี้

ฉีดกับแพทย์ในสถานพยาบาลที่มีใบอนุญาต

ควรเลือกฉีดฟิลเลอร์กับ แพทย์ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม และทำหัตถการในสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง มีที่ตั้งชัดเจนและสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ รวมถึงพิจารณารีวิวจากผู้ใช้บริการจริงประกอบการตัดสินใจ โดยสามารถตรวจสอบชื่อแพทย์ได้ผ่านเว็บไซต์แพทยสภา และตรวจสอบข้อมูลใบอนุญาตสถานพยาบาลผ่านกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข เพื่อประกอบการพิจารณาก่อนเข้ารับบริการ

วิธีเช็กชื่อแพทย์ในเว็บไซต์แพทยสภา

1. เข้าเว็บไซต์แพทยสภา (https://checkmd.tmc.or.th/v3) และเลือกเมนู ตรวจสอบรายชื่อแพทย์ (License Verification)

2. กรอกชื่อและนามสกุลของแพทย์ให้ตรงกับข้อมูลที่ได้รับจากคลินิก (เช่น สฤษดิ์ ตันติอภิชาต)

3. กดค้นหา แล้วตรวจสอบว่ามีชื่อแพทย์ในฐานข้อมูล พร้อมข้อมูลการประกอบวิชาชีพเวชกรรมและความรู้ความชำนาญเฉพาะทางที่แพทยสภารับรอง (ถ้ามี)

4. หากค้นหาไม่พบหรือข้อมูลไม่ตรงกัน ควรสอบถามคลินิกหรือแพทยสภาเพื่อขอตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมก่อนเข้ารับบริการ

ตรวจสอบฟิลเลอร์แท้ก่อนฉีดทุกครั้ง

ควรเลือกใช้ฟิลเลอร์แท้ที่ผ่านการรับรองจาก อย. และสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้ เช่น ตรวจสอบข้อมูลจากเว็บไซต์ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ หรือสแกน QR Code บนกล่องผลิตภัณฑ์ ที่สำคัญก่อนฉีดควรขอให้แพทย์ เปิดกล่องฟิลเลอร์ต่อหน้าทุกครั้ง รวมถึงสามารถขอโทรตรวจสอบ Lot Number กับตัวแทนจำหน่ายโดยตรง ขอสติกเกอร์บนกล่องติดไว้ในเวชระเบียน และขอกล่องผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้วกลับบ้านเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน

เทคนิคที่แพทย์ใช้เพื่อความปลอดภัย

แพทย์จะเลือกใช้เทคนิคเฉพาะเพื่อลดความเสี่ยงระหว่างฉีด เช่น การใช้แคนนูลาปลายทู่แทนเข็มแหลมในบริเวณที่มีเส้นเลือดสำคัญ เลือกชนิดและเนื้อฟิลเลอร์ให้เหมาะกับแต่ละจุด รวมถึงการใช้เครื่องมือช่วย เช่น Facial Ultrasound เพื่อดูตำแหน่งเส้นเลือดและชั้นผิวก่อนฉีดจริง เพื่อช่วยประเมินชั้นผิวและตำแหน่งของเส้นเลือดก่อนทำหัตถการ

ยาสลายฟิลเลอร์

ยาสลายฟิลเลอร์ (Hyaluronidase) เป็นเอนไซม์ที่ใช้ฉีดสลายฟิลเลอร์ HA โดยแพทย์สามารถพิจารณาใช้เมื่อเกิดปัญหาจากฟิลเลอร์ เช่น เป็นก้อน ฟิลเลอร์อยู่ผิดตำแหน่งหรือแม้แต่กรณีฉุกเฉินอย่างเส้นเลือดอุดตัน แพทย์สามารถฉีดเอนไซม์เพื่อสลายฟิลเลอร์ออกจากบริเวณนั้นได้ ทั้งนี้การใช้ยาและปริมาณที่เหมาะสมต้องขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ และ Hyaluronidase ไม่สามารถใช้สลายฟิลเลอร์ชนิดอื่นที่ไม่ใช่ HA ได้

การเตรียมตัวก่อนฉีด

  • แจ้งยาที่ใช้อยู่ โดยเฉพาะยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพรินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด ไม่ควรหยุดยาเอง ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • แจ้งโรคประจำตัวและประวัติการแพ้ยา รวมถึงประวัติการแพ้ฟิลเลอร์หรือเคยเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการฉีดมาก่อน
  • หลีกเลี่ยงอาหารเสริมบางชนิด เช่น น้ำมันปลาและวิตามินอี หากแพทย์แนะนำให้หยุดก่อนทำ
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนฉีด ตามระยะเวลาที่แพทย์แนะนำ
  • งดการแต่งหน้าในวันหลีกเลี่ยงการแต่งหน้าก่อนเข้ารับบริการ

การดูแลหลังฉีด

หลังฉีดฟิลเลอร์ ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัส กด นวด หรือบีบบริเวณที่ฉีดโดยตรง รวมถึงงดแต่งหน้าในช่วง 24 ชั่วโมงแรก และหลีกเลี่ยงความร้อนจัด แสงแดด และการนอนคว่ำทับบริเวณที่ฉีดในช่วง 1 – 2 วันแรก เพื่อให้ฟิลเลอร์ค่อย ๆ เข้าที่และลดการรบกวนบริเวณที่ทำ

ข้อดีและข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์

  • สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้หลังทำ และไม่ต้องพักฟื้นนาน
  • ช่วยเติมเต็มและปรับโครงสร้างใบหน้าให้ได้สัดส่วน รวมถึงช่วยให้บางบริเวณดูยกกระชับขึ้น
  • เติมเต็มปัญหาได้หลายบริเวณ เช่น ใต้ตา ร่องลึก แก้มตอบ ขมับ คาง จมูก และริมฝีปาก
  • HA Filler สลายได้ตามธรรมชาติ สามารถค่อย ๆ สลายไปตามกระบวนการของร่างกาย โดยขึ้นอยู่กับชนิดและตำแหน่งที่ฉีด
  • หากไม่พอใจผลลัพธ์ของฟิลเลอร์ HA แพทย์สามารถพิจารณาฉีด Hyaluronidase เพื่อช่วยสลายฟิลเลอร์ได้

ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์

  • หากใช้ฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่ได้รับการรับรองจาก อย. อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและภาวะแทรกซ้อนบริเวณที่ฉีด
  • สารเติมเต็มแบบถาวรและไม่ได้รับการรับรอง เช่น ซิลิโคนเหลวหรือน้ำมันพาราฟิน ไม่สามารถสลายได้เอง และอาจเกิดปัญหาเป็นก้อน ไหลย้อย หรือพังผืด ซึ่งแก้ไขได้ยากกว่า
  • การฉีดโดยแพทย์ที่ขาดความชำนาญหรือในสถานพยาบาลที่ไม่น่าเชื่อถือ อาจเกิดปัญหาจากการฉีดผิดชั้น ผิดตำแหน่ง หรือเลือกวิธีฉีดไม่เหมาะสม
  • ผลลัพธ์คงอยู่ไม่ถาวร โดยทั่วไปสามารถอยู่ได้ประมาณ 6 – 18 เดือน จึงอาจต้องเติมซ้ำเพื่อคงผลลัพธ์
  • จุดที่มีความเสี่ยงสูง เช่น จมูก หน้าผาก และขมับ ควรเลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์กับบริเวณนั้นโดยเฉพาะ และไม่ควรพิจารณาจากราคาเพียงอย่างเดียว

ฉีดฟิลเลอร์เหมาะกับใคร และไม่เหมาะกับใคร

ฉีดฟิลเลอร์ เหมาะกับใคร

  • ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้สมส่วนและมีมิติ
  • ผู้ที่ต้องการเติมเต็มใบหน้าให้ดูอิ่มเอิบ อ่อนเยาว์ สดใส
  • ผู้ที่มีขมับตอบ ขมับยุบ เติมเต็มขมับให้สวยงามเรียบเนียน
  • ผู้ที่มีร่องแก้มลึกหรือเส้นข้างแก้มชัดเจน
  • ผู้ที่มีปัญหาใต้ตาคล้ำ ขอบตาดำ ร่องน้ำตาลึก ตาโหล หรือมีถุงใต้ตา
  • ผู้ที่มีปัญหาปากบาง ปากแห้ง หรืออยากปรับทรงปากให้เข้ากับใบหน้า
  • ผู้ที่มีคางสั้น คางตัด คางถอย ต้องการเสริมคางให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น
  • ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น และเห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงได้ทันทีหลังทำ

ฉีดฟิลเลอร์ ไม่เหมาะกับใคร

  • สตรีมีครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
  • ผู้ที่เคยมีประวัติแพ้ฟิลเลอร์
  • ผู้ที่แพ้ยาชา เนื่องจากฟิลเลอร์บางยี่ห้ออาจมียาชาผสมอยู่
  • ผู้ที่มีปัญหาเลือดออกง่าย ฟกช้ำง่าย หรือรับประทานยาละลายลิ่มเลือดเป็นประจำ
  • ผู้ที่มีผิวหนังอักเสบ ติดเชื้อ หรือมีสิวอักเสบ/เริมบริเวณที่ต้องการฉีด (รอให้อาการหายก่อนแล้วค่อยเข้ารับบริการได้)
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือโรคภูมิแพ้ตัวเอง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับความปลอดภัยหรืออันตรายของการฉีดฟิลเลอร์

หากทำกับแพทย์ที่มีทั้งความรู้ความชำนาญ เลือกใช้ฟิลเลอร์แท้ และเว้นระยะให้เหมาะสมตามที่แพทย์แนะนำ การฉีดฟิลเลอร์ซ้ำในระยะยาวยังถือว่าปลอดภัย แต่ควรให้แพทย์ประเมินสภาพผิวและและฟิลเลอร์เดิมก่อนฉีดทุกครั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงการฉีดซ้อนมากเกินไปจนเกิดก้อนหรือผิวไม่เรียบ

ยาสลายฟิลเลอร์ (Hyaluronidase) เป็นเอนไซม์ที่ใช้สลายฟิลเลอร์ประเภท HA Filler ที่ใช้ในทางการแพทย์อย่างแพร่หลาย ถือว่าไม่อันตรายหากอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์

หากเป็นก้อนในช่วงแรกหลังฉีด แพทย์อาจแนะนำให้นวดคลึงเบา ๆ ตามบริเวณที่ฉีด แต่หากก้อนยังคงอยู่นานมากกว่า 2 – 4 สัปดาห์ขึ้นไปหรือมีขนาดใหญ่ขึ้น แพทย์จะพิจารณาให้ฉีดสลายฟิลเลอร์เฉพาะจุดเพื่อสลายก้อนออก โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัด

อาการบวมหลังฉีดฟิลเลอร์ จะค่อย ๆ ยุบลงภายใน 1 – 2 สัปดาห์หากผ่านไปแล้วยังคลำเจอก้อนแข็งชัดเจนในตำแหน่งเดิม หรือก้อนไม่ยุบลงเลยหลังจาก 2 สัปดาห์ไปแล้ว ควรกลับไปให้แพทย์ที่ฉีดตรวจประเมินอีกครั้ง เพื่อแยกให้ชัดเจนระหว่างก้อนฟิลเลอร์ที่ต้องแก้ไข กับอาการบวมอักเสบตามปกติที่ยังรอการยุบตัว

เติมเต็มแบบมั่นใจด้วยโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ ที่ Amarante Clinic

สิ่งที่ Amarante Clinic ยึดถือและให้ความสำคัญมาตลอด 10 ปี คือ "ผลลัพธ์ที่พอดี" ไม่ฉีดเกินความจำเป็น ไม่เน้นปริมาณ แต่เน้นความเหมาะสมกับโครงหน้าของแต่ละคน เพื่อให้ได้ใบหน้าที่ดูเป็นธรรมชาติและยังคงอัตลักษณ์ความเป็นตัวเองอยู่ และโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คือหนึ่งในหัตถการยอดนิยม ด้วยทีมแพทย์ที่มีศักยภาพและความสามารถ พร้อมความเชี่ยวชาญ เทคนิคการฉีดที่แม่นยำ และเครื่องมือช่วยอย่าง Facial Ultrasound ที่เพิ่มความละเอียดและความแม่นยำในทุกขั้นตอนการฉีด หากสนใจคลินิกฉีดฟิลเลอร์ที่ให้ความสำคัญกับความงามและความปลอดภัย สามารถทักมานัดปรึกษาแพทย์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้

ขอบคุณคุณลูกค้าทุกท่านที่สนใจโปรโมชั่นดีๆ ของ Amarante Clinic นะคะ
🚩 อย่าลืมแอดไลน์ @amarante.official เพื่อที่จะไม่พลาดโปรโมชั่นสุดพิเศษนะคะ
😄 หรือสนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้เลย
✅ Line คลิก > @amarante.official
✅ Inbox Facebook คลิก > @amaranteclinic
✅ Instagram คลิก > amarante_clinic
📍 สาขา อารีย์ : อาคารบ้านยสวดี (BTS อารีย์ ทางออกที่ 3) 
📞 080-393-6669
📍 สาขา บางนา : For You Park
📞 080-556-5294
📍 สาขา เจริญนคร : ซอยเจริญนคร 12
📞 095-998-7887
📍 ทั้ง 3 สาขา มีที่จอดรถ สะดวกสบาย
🕘 เปิดให้บริการทุกวัน : 11.00-20.00 น.

บทความที่น่าสนใจ