เคยรู้สึกไหมว่าเวลาที่ส่องกระจก ใบหน้าของเราดูหย่อนคล้อยลงเรื่อย ๆ แก้มเริ่มตอบ ร่องแก้มลึก หรือกรอบหน้าดูไม่กระชับเหมือนเดิมทั้งที่อายุยังไม่มากนัก ปัญหาโครงหน้าทรุดแบบนี้ เป็นสิ่งที่หลายคนเจอ และเริ่มมองหาตัวช่วยที่ไม่ใช่แค่เติมเต็มปริมาตรแบบชั่วคราว แต่อยากได้ผลลัพธ์ที่ค่อย ๆ ดีขึ้นและอยู่กับเราไปได้อีกนาน นี่จึงเป็นที่มาที่หลายคนเริ่มพูดถึงโปรแกรมฉีด PCL + CMC สารเติมเต็ม 2 ชนิดที่ช่วยเติมเต็มโครงหน้าตั้งแต่ครั้งแรกที่ฉีด พร้อมกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนต่อเนื่องในระยะยาว ในบทความนี้ จะพาไปทำความรู้จักกันให้มากขึ้นว่า PCL + CMC คืออะไร ช่วยอะไรได้บ้าง ผลลัพธ์เป็นแบบไหน ไปดูกัน
สรุปสาระสำคัญ
- โปรแกรมฉีด PCL + CMC คือโปรแกรมยกกระชับโครงสร้างผิวด้วยสารเติมเต็ม 2 ชนิดที่ทำงานร่วมกัน โดย PCL จะช่วยกระตุ้นคอลลาเจนของร่างกายในระยะยาว ส่วน CMC จะเข้าไปช่วยในเรื่องของการเติมเต็มปริมาตรที่ขาดหาย
- ผลลัพธ์ที่ได้จากโปรแกรมฉีด PCL + CMC จะยาวนานต่อเนื่องหลายเดือน ผิวจะดูแน่นขึ้น หน้าดูยกกระชับ และโครงหน้ามีมิติมากขึ้น
- โปรแกรมฉีด PCL + CMC เหมาะกับการฉีดในจุดต่าง ๆ ที่เห็นผลกว้าง เช่น ขมับ แก้ม กราม คาง
PCL + CMC คืออะไร
โปรแกรมฉีด PCL + CMC คือการฉีดสารเติมเต็มที่ประกอบด้วยสารสำคัญ 2 ชนิดคือ Polycaprolactone (PCL) และ Carboxymethylcellulose (CMC) ซึ่งทำหน้าที่ต่างกันแต่เสริมกันและกันได้เป็นอย่างดี ตัวหนึ่งทำหน้าที่เป็นเนื้อเจลเติมปริมาตรให้เห็นผลตั้งแต่วันที่ฉีด อีกตัวหนึ่งทำหน้าที่กระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนของตัวเองขึ้นมาใหม่ ทำให้เมื่อฉีดพร้อมกัน จึงได้ทั้งผลลัพธ์ที่เห็นได้เร็ว และผลลัพธ์ที่ค่อย ๆ พัฒนาอย่างต่อเนื่องในระยะยาว
PCL (Polycaprolactone) คืออะไร ช่วยอะไร
PCL หรือ Polycaprolactone เป็นสารพอลิเมอร์ที่ใช้ในทางการแพทย์มานาน เช่น ในไหมละลายบางชนิด เมื่อฉีดเข้าสู่ผิวในรูปไมโครสเฟียร์ PCL จะค่อย ๆ กระตุ้นให้เซลล์ไฟโบรบลาสต์สร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นรอบ ๆ บริเวณที่ฉีด ทำให้ผิวแน่นและกระชับขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไปในช่วงหลายเดือนถัดมา
CMC (Carboxymethylcellulose) คืออะไร ช่วยอะไร
CMC หรือ Carboxymethylcellulose เป็นอนุพันธ์ของเซลลูโลสที่ละลายน้ำได้ ทำหน้าที่เป็นตัวเนื้อเจลพาสาร PCL ไปยังตำแหน่งที่ฉีด และช่วยเติมปริมาตรให้เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกที่ฉีด และเมื่อเวลาผ่านไป CMC จะค่อย ๆ ถูกร่างกายดูดซึมไป เพื่อทำการเปิดพื้นที่ให้คอลลาเจนใหม่ที่ PCL กระตุ้นไว้เข้ามาทดแทน
ฉีด PCL + CMC แล้วได้ผลลัพธ์อะไรบ้าง
เมื่อ PCL และ CMC ทำงานร่วมกัน ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจึงมีหลายมิติพร้อมกัน ทั้งการเติมเต็ม การเสริมความแน่นของผิว การยกกระชับหน้า และการปรับโครงหน้าให้ดูมีมิติขึ้น ซึ่งแต่ละมิติจะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นในช่วงเวลาที่ต่างกัน
เติมเต็มปริมาตรทันที
เนื้อเจล CMC จะทำให้บริเวณที่ฉีดดูเต็มขึ้นได้ตั้งแต่วันแรก ช่วยแก้ปัญหาร่องลึก หรือจุดที่ทรุดตัวได้ในระยะเริ่มต้น
ผิวแน่นและหนาขึ้น
เมื่อ PCL เริ่มกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ ผิวบริเวณนั้นจะค่อย ๆ แน่นและหนาขึ้นกว่าก่อนฉีด
หน้ายกขึ้นจากภายใน
เมื่อชั้นผิวแน่น และมีปริมาตรมากขึ้น จะช่วยพยุงโครงสร้างผิวที่หย่อนคล้อยให้ดูยกขึ้นจากภายใน ไม่ใช่แค่การเติมเต็มที่ผิวชั้นบน
โครงหน้ามีมิติขึ้น
เมื่อฉีดกระจายในตำแหน่งที่เหมาะสม จะช่วยให้กรอบหน้าและมุมต่าง ๆ ของใบหน้าดูมีมิติมากขึ้น ไม่แบนราบเหมือนก่อน
โปรแกรมฉีด PCL + CMC ที่ Amarante Clinic
ที่ Amarante Clinic เราเลือกใช้โปรแกรม Ellanse ซึ่งเป็นสารในกลุ่ม PCL + CMC โดยแนวทางการฉีดจะไม่เน้นเฉพาะจุดใดจุดหนึ่ง แต่จะกระจายไปทั่วใบหน้าตามโครงสร้างของแต่ละคน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์การยกกระชับใบหน้าโดยรวม ไม่ใช่แค่จุดใดจุดหนึ่งที่ดูเด่นขึ้นมา และสำหรับตำแหน่งที่โปรแกรม PCL + CMC ไม่เหมาะที่จะฉีด เช่น บริเวณริมฝีปากหรือใต้ตา ทีมแพทย์ของเราจะพิจารณาเสริมด้วยโปรแกรมฟิลเลอร์หรือโปรแกรมอื่นควบคู่กันไป เพื่อให้ได้ผลลัพธ์โครงสร้างใบหน้าที่ออกมาสมดุลในทุกจุด
ผลลัพธ์แต่ละช่วงเวลาหลังฉีด PCL + CMC
| ช่วงเวลา | สิ่งที่เกิดขึ้นในผิว | ผลลัพธ์ที่มองเห็น |
|---|---|---|
| วันแรกที่ฉีด | CMC ในรูปเจลเติมเต็มปริมาตรบริเวณที่ฉีด | หน้าดูเต็มขึ้น อาจมีอาการบวมแดงเล็กน้อยในบริเวณที่ฉีด |
| 1 สัปดาห์ | อาการบวมเริ่มยุบ เนื้อเจลเริ่มกระจายตัวเข้าที่ | เริ่มเห็นรูปทรงที่ชัดเจนขึ้น |
| 2-8 สัปดาห์ | CMC ค่อย ๆ สลายตัว ในขณะที่ PCL เริ่มกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ | ปริมาตรบางส่วนยุบลง ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านของผลลัพธ์ |
| 2-4 เดือน | คอลลาเจนใหม่เริ่มก่อตัวมากขึ้นแทนที่ CMC ที่สลายไป | ผิวเริ่มแน่นขึ้น หน้าดูกระชับขึ้นทีละน้อย |
| 5-12 เดือน | คอลลาเจนเกิดการสร้างตัวอย่างต่อเนื่อง | เห็นผลชัดเจนมากขึ้น ผิวแน่น หน้าดูยกกระชับ |
| 13-18 เดือน | คอลลาเจนเริ่มลดลงตามธรรมชาติของร่างกาย | ผลลัพธ์เริ่มจางลงทีละน้อย เป็นช่วงที่ควรพิจารณาฉีดซ้ำ |
ทำไมหน้าถึงยุบในสัปดาห์ที่ 2-8
ในช่วงนี้หลายคนจะรู้สึกว่าหน้ายุบลง ประมาณ 40-50 เปอร์เซ็นต์ ของปริมาตรที่เคยเห็นหลังฉีดใหม่ ๆ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เพราะ CMC ที่ทำหน้าที่เติมปริมาตรตั้งแต่แรกกำลังค่อย ๆ สลายตัวไป ในขณะที่คอลลาเจนใหม่จาก PCL ยังสร้างตัวได้ไม่เต็มที่ในช่วงนี้ แต่ผลลัพธ์จะกลับมาชัดเจนขึ้นอีกครั้งในเดือนถัดไปเมื่อคอลลาเจนสร้างตัวมากขึ้น
ผลลัพธ์ตามตำแหน่งที่ฉีด
ตำแหน่งที่ฉีดแต่ละจุดบนใบหน้า จะให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนในระยะเวลาที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับโครงสร้างผิวและการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อในบริเวณนั้น
ขมับ
ช่วยยกหางตาต่อเนื่องไปจนถึงกรอบหน้าให้ดูคมชัดสวยงามขึ้น แก้ปัญหาหน้าดุ หรือใบหน้าดูมีอายุจากขมับที่ยุบลงได้เป็นอย่างดี
โหนกแก้มและแก้มส่วนบน
ช่วยยกร่องแก้มและมุมปากทางอ้อม ทำให้ใบหน้าดูมีมิติมากขึ้นเมื่อมองจากด้านข้าง
แก้มส่วนล่างและร่องแก้ม
ช่วยลดความลึกของร่องที่เกิดจากผิวหย่อนคล้อย ทำให้เส้นแก้มดูเรียบเนียนขึ้น
แนวกรามและคาง
ช่วยให้กรอบหน้าคมชัดขึ้น และช่วยกระชับเหนียงที่หย่อนคล้อยลงมา
หลังมือ
ช่วยให้เส้นเอ็น และเส้นเลือดหลังมือที่โปนดูจางลง
จุดที่ไม่ควรฉีด
ได้แก่ บริเวณริมฝีปาก ใต้ตา ร่องน้ำตา จมูก และระหว่างคิ้ว ซึ่งเป็นบริเวณที่มีผิวบาง และต้องการความละเอียดในการปั้นทรง ในบริเวณเหล่านี้โปรแกรมฟิลเลอร์อาจเหมาะสมกว่า
อะไรทำให้ผลลัพธ์ต่างกันในแต่ละคน
ผลลัพธ์ของโปรแกรมฉีด PCL + CMC ขึ้นอยู่กับความสามารถในการสร้างคอลลาเจนของร่างกายแต่ละคนเป็นหลัก ไม่ใช่แค่เรื่องชนิด หรือปริมาณของสารที่ฉีดเข้าไป
อายุและสภาพผิว
ผิวที่ยังมีความสามารถในการสร้างคอลลาเจนได้ดี มักเห็นผลลัพธ์ชัดเจนกว่าผิวที่เสื่อมสภาพไปมากแล้ว
ความยาวของพันธะ
โครงสร้างโมเลกุลของ PCL ที่ใช้นั้นมีผลต่อความเร็วในการสลายตัว และระยะเวลาในการกระตุ้นคอลลาเจน ซึ่งแตกต่างจากการฉีดสารกระตุ้นชนิดอื่น ๆ
ชั้นผิวที่ฉีด
การฉีดในชั้นผิวที่เหมาะสม มีผลต่อทั้งความสม่ำเสมอของปริมาตร และการกระจายตัวของคอลลาเจนที่จะถูกสร้างขึ้นในอนาคต
ปริมาณและการกระจายตัว
ปริมาณที่ฉีด และการกระจายให้ทั่วบริเวณ มีผลต่อความเป็นธรรมชาติของผลลัพธ์ที่ได้
พฤติกรรมหลังฉีด
การพักผิว และการดูแลตัวเองหลังฉีดตามคำแนะนำของแพทย์ มีส่วนช่วยให้ผลลัพธ์เป็นไปตามที่คาดหวังได้มากขึ้น
ฉีด PCL ยกหน้าแทนฟิลเลอร์ได้ไหม
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ HA จะเหมาะกับการปรับสัดส่วนใบหน้าที่ต้องการความละเอียดสูง ส่วนโปรแกรมฉีด PCL จะเน้นการเติมเต็มร่วมกับการเติมความแน่นของผิวในระยะยาว ดังนั้น ในสำหรับในบริเวณที่เป็นจุดกว้าง เช่น หน้าผาก ขมับ แก้ม กราม หรือคาง สามารถเลือกฉีดโปรแกรม PCL + CMC แทนโปรแกรมฟิลเลอร์ได้ แต่ในจุดที่ต้องการความละเอียดสูง เช่น ปาก ใต้ตา หรือจมูก ยังควรทำโปรแกรมฟิลเลอร์ HA เป็นหลัก
ผลลัพธ์แบบไหนที่ไม่ควรคาดหวังจาก PCL + CMC
- ไม่เห็นผลลัพธ์การเติมเต็มที่ชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรก เพราะปริมาตรบางส่วนจะยุบลงก่อนคอลลาเจนใหม่จะเข้ามาแทนที่ภายหลัง จึงต้องใช้เวลาจึงจะเห็นผลลัพธ์เต็มที่
- ไม่เหมาะกับการปรับสัดส่วนใบหน้าอย่างละเอียด เช่น การกำหนดขอบปาก หรือทรงจมูก
- ไม่สามารถยกกระชับได้เทียบเท่าการผ่าตัด หรือการทำโปรแกรมร้อยไหมยกกระชับ
- หากผลลัพธ์ไม่ตรงตามต้องการ การแก้ไขทำได้จำกัด เนื่องจากสารในกลุ่มนี้ไม่สามารถทำโปรแกรมฉีดสลายได้เหมือนโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ HA
- ผลลัพธ์ที่ได้ไม่เท่ากันในทุกคน ขึ้นอยู่กับปัจจัยของร่างกายแต่ละคน
ผลข้างเคียงที่อาจกระทบผลลัพธ์
เป็นก้อน
มักเกิดจากการฉีดในชั้นผิวที่ตื้นเกินไป หรือฉีดกระจุกอยู่จุดเดียว การแก้ไขทำได้ค่อนข้างจำกัด เนื่องจากไม่สามารถฉีดสลายได้เหมือนโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ HA
ผลไม่สม่ำเสมอสองข้าง
เกิดจากการที่ร่างกายแต่ละฝั่งสร้างคอลลาเจนได้ไม่เท่ากัน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ควบคุมได้ยาก หากพบความไม่สม่ำเสมอ อาจต้องฉีดเติมเพื่อปรับให้สมดุลขึ้น
อุดตันเส้นเลือด
เป็นผลข้างเคียงที่พบได้น้อยมาก แต่เป็นความเสี่ยงที่ต้องระวังในการฉีดสารเติมเต็มทุกชนิด ที่ Amarante Clinic แพทย์จะใช้เครื่องมือ Facial Ultrasound เทคโนโลยีแสกนชั้นผิวที่แสดงรายละเอียดของแต่ละชั้นผิวอย่างแม่นยำในการร่วมตรวจดูตำแหน่งเส้นเลือดระหว่างฉีด เพื่อลดความเสี่ยงในจุดนี้
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉีด PCL + CMC
ฉีด PCL อยู่ได้นานแค่ไหน?
ผลลัพธ์ของโปรแกรมฉีด PCL จะคงจะอยู่ได้ประมาณ 13 – 18 เดือน ขึ้นอยู่กับปัจจัยของร่างกายแต่ละคนและตำแหน่งที่ฉีด
ฉีด PCL แล้วหน้าดูเป็นธรรมชาติไหม?
หากฉีดกระจายในปริมาณที่เหมาะสม และกระจายทั่วบริเวณที่ต้องการ ผลลัพธ์ที่ได้จะค่อย ๆ ปรากฏชัดเจนขึ้น ทำให้ใบหน้าเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลัน
ฉีด PCL ครั้งเดียวพอไหม ต้องฉีดกี่ครั้ง?
ขึ้นอยู่กับสภาพผิว และเป้าหมายของผู้เข้ารับบริการแต่ละคน บางคนอาจเห็นผลลัพธ์จากการฉีดครั้งแรก บางคนอาจต้องฉีดเพิ่มเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ ควรให้แพทย์ประเมินเป็นรายบุคคล
ควรฉีด PCL ซ้ำเมื่อไหร่
ฉีดซ้ำเมื่อผลลัพธ์เริ่มจางลง ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะอยู่ในช่วงหลัง 13 – 18 เดือนไปแล้ว จะสามารถฉีดเติมเพื่อคงผลลัพธ์ต่อเนื่องได้
เติมเต็มแบบเป็นธรรมชาติ ด้วยโปรแกรมฉีด PCL + CMC ที่ Amarante Clinic
โปรแกรมฉีด PCL + CMC เป็นการเติมเต็มที่ค่อยเป็นค่อยไป เน้นผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติมากกว่าการเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลัน แต่อย่างที่กล่าวไปว่าบางจุดบนใบหน้าก็ไม่เหมาะจะฉีดด้วยสารกลุ่มนี้ ดังนั้น ก่อนที่จะตัดสินใจทำโปรแกรมนี้หรือหัตถการใด ๆ แนะนำให้เข้ามาปรึกษากับทีมแพทย์ของเราก่อนที่ Amarante Clinic ทีมแพทย์ของเราจะทำการวิเคราะห์ ประเมินโครงสร้างใบหน้าอย่างละเอียดก่อน เพื่อตรวจสอบว่าโปรแกรมนี้จะตอบโจทย์ปัญหาที่มีอยู่ได้หรือไม่ หรือควรฉีดร่วมกับโปรแกรมใดเพิ่มเติม เพื่อให้ได้โครงหน้าที่ลงตัวกับรูปหน้าเดิมของแต่ละคน
หากสนใจสามารถสอบถามข้อมูลหรือดูรีวิวเพิ่มเติมได้ภายในเว็บไซต์ หรือปรึกษาปัญหาเบื้องต้นได้ตามช่องทางด้านล่างนี้