ทั้ง ๆ ที่น้ำหนักตัวก็ไม่ได้เพิ่ม แต่ใบหน้ากลับดูใหญ่ขึ้น แก้มดูเยอะ กรามเหลี่ยมชัดจนดูดุ มีเหนียงใต้คางบัง จนกรอบหน้าที่เคยชัดค่อย ๆ เบลอหายไป หลายคนจึงพยายามแก้ไขด้วยการแต่งหน้าเพื่ออำพราง หรือเลือกมุมถ่ายรูปเดิม ๆ ซ้ำ ๆ เพราะไม่มั่นใจกับรูปหน้าตัวเอง ในบทความนี้ เราจะมาทำความเข้าใจกันให้มากขึ้นว่า หน้าเรียวคืออะไร มีกี่แบบ และวิธีปรับรูปหน้าให้ดูเรียวมีวิธีไหนบ้าง เพื่อให้เลือกแนวทางที่เข้ากับโครงหน้าของคุณจริง ๆ
สรุปสาระสำคัญ
- หน้าเรียว ไม่ได้แปลว่าหน้าต้องเล็กหรือคางต้องแหลม แต่หมายถึงใบหน้าที่มีสัดส่วนสมดุล กรอบหน้าต่อเนื่องเป็นเส้นเดียว และช่วงคางรับกับส่วนอื่นของใบหน้า
- ลักษณะหน้าเรียวมีหลายแบบ ทั้ง V Shape ทรงไข่ ทรงหัวใจ ทรงยาว ทรงเล็ก และแบบอ่อนหวาน ซึ่งแต่ละแบบเหมาะกับโครงหน้าและบุคลิกที่แตกต่างกัน
- การปรับรูปหน้าให้ดูเรียวมีหลายวิธี ทั้งโปรแกรมฉีดโบ โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า และโปรแกรมยกกระชับกรอบหน้าด้วยเครื่องมือต่าง ๆ โดยควรให้แพทย์ประเมินต้นเหตุของปัญหาก่อนเลือกวิธีที่จะทำเสมอ
หน้าเรียวคืออะไร?
หน้าเรียว คือ ใบหน้าที่มองแล้วรู้สึกว่าสัดส่วนดูสมดุล ไม่ใช่ใบหน้าที่ต้องเล็กหรือมีคางแหลมเสมอไป โดยหัวใจหลักของหน้าเรียวจะอยู่ที่ "กรอบหน้า" ที่ต่อเนื่องกันเป็นเส้นเดียวตั้งแต่หน้าหูลงมาถึงมุมกราม และรับกับปลายคางอย่างพอดี โดยไม่มีส่วนใดส่วนหนึ่งนูนหรือย้อยออกมา
หน้าเรียวมีกี่แบบ?
การเรียนรู้ลักษณะของหน้าเรียวแต่ละแบบ จะช่วยให้สามารถพูดคุยกับแพทย์ด้ตรงกันมากขึ้น โดยลักษณะของหน้าเรียวที่ได้รับความนิยม มีดังนี้
หน้าเรียว V Shape
เป็นลักษณะที่ใบหน้าที่ช่วงล่างแคบกว่าช่วงบน มุมกรามไม่บานออกด้านข้าง คางเรียวและมีความยาวพอเหมาะ ทำให้เส้นกรอบหน้าดูคมชัดเป็นทรงตัว V เหมาะกับผู้ที่ต้องการใบหน้าดูโดดเด่นและมีมิติเมื่อมองจากด้านหน้า
หน้าเรียวทรงไข่
เป็นลักษณะที่ใบหน้ามีสัดส่วนช่วงบน กลาง และล่างใกล้เคียงกัน กรอบหน้าโค้งมนต่อเนื่อง ไม่มีมุมเหลี่ยมชัดเจน เป็นรูปหน้าที่ดูกลมกลืน ไม่แข็งกระด้าง และเข้ากับใบหน้าคนไทยได้ดี
หน้าเรียวทรงหัวใจ
เป็นลักษณะที่ใบหน้าจะมีโหนกแก้มดูเด่นขึ้นเล็กน้อย ช่วงกรามแคบ และคางเรียวลง เมื่อมองรวมจะคล้ายรูปหัวใจกลับหัว ให้ความรู้สึกสดใสและดูอ่อนเยาว์
หน้าเรียวยาว
เป็นลักษณะที่ใบหน้ามีความยาวมากกว่าความกว้าง ช่วงแก้มแคบ และโครงหน้าเห็นชัด ให้ลุคที่ดูมีเอกลักษณ์ แต่หากช่วงกลางหน้าตอบมากเกินไป อาจทำให้ใบหน้าดูโทรมได้ จึงต้องดูแลเรื่องวอลลุ่มควบคู่กันไปด้วย
หน้าเรียวเล็ก (หน้ายุง)
หน้ายุง เป็นลักษณะที่ใบหน้ามีขนาดเล็กกว่าค่าเฉลี่ย กรอบหน้าคม และมีปลายคางชัดเจน ทำให้ดูโดดเด่นเวลาถ่ายภาพ แต่เป็นทรงที่ไม่ใช่ทุกโครงหน้าจะเหมาะ เพราะถ้าหากโครงกระดูกเดิมกว้างอยู่แล้ว การพยายามทำทรงนี้ จะทำให้ใบหน้าดูเล็กลงมากจนอาจทำให้สัดส่วนบนใบหน้าดูขัดกัน
หน้าเรียวแบบอ่อนหวาน
เป็นลักษณะที่ใบหน้ายังคงความอิ่มของแก้มไว้ ปลายคางมน เส้นกรอบหน้าดูนุ่มนวลไม่คมจัด เหมาะกับผู้ที่อยากให้หน้าเรียวขึ้นแต่ยังคงความละมุนไว้ ไม่ต้องการใบหน้าที่ดูเข้มหรือดุ
โปรแกรมปรับหน้าเรียว ที่ Amarante Clinic
เพราะต้นเหตุของหน้าไม่เรียวในแต่ละคนไม่เหมือนกัน ที่ Amarante Clinic จึงไม่ได้เลือกใช้วิธีเดียวกันกับทุกคน แต่จะเริ่มจากการที่แพทย์วิเคราะห์ปัญหา และประเมินโครงสร้างใบหน้าอย่างละเอียดก่อน ทั้งในส่วนของกล้ามเนื้อ ไขมัน ตำแหน่งคาง และระดับความหย่อนคล้อยของผิว เพื่อออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล และเลือกโปรแกรมที่จะตอบโจทย์ได้ดีกับปัญหาจริงที่มี โดยมีแนวทางหลักในการปรับรูปหน้าให้ดูเรียวด้วยโปรแกรมต่าง ๆ ได้แก่
โปรแกรมฉีดโบลดขนาดกราม
เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่มุมกรามบานออกด้านข้างจากกล้ามเนื้อ Masseter ที่หนาตัว ซึ่งมักพบในคนที่ชอบเคี้ยวของแข็ง ๆ เคี้ยวหมากฝรั่งอยู่บ่อย ๆ หรือมีพฤติกรรมกัดฟันขณะนอน โบท็อกจะทำงานด้วยการทำให้กล้ามเนื้อมัดนี้คลายตัว ซึ่งเมื่อกล้ามเนื้อถูกใช้งานน้อยลง ขนาดจึงค่อย ๆ เล็กลงตามธรรมชาติ มุมกรามที่เคยบานจึงแคบลง ทำให้กรอบหน้าดูเรียวขึ้น
โดยทั่วไปแล้ว จะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ในช่วงประมาณ 2 – 4 สัปดาห์หลังฉีด และผลลัพธ์คงอยู่ได้ประมาณ 4 – 6 เดือนขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาหน้าบานเพราะกล้ามเนื้อ แต่จะไม่ได้ผลกับผู้ที่โครงหน้าใหญ่จากโครงกระดูก หรือจากไขมันสะสมเป็นหลัก
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า
เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่ปัญหาหลักไม่ได้อยู่ที่ “ส่วนเกิน” แต่อยู่ที่ "ส่วนที่ขาด" เช่น มีปัญหาคางสั้นหรือคางถอย ขมับตอบ หรือกลางหน้าแฟบ ทำให้ใบหน้าดูกว้างและไม่มีปลาย โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ จะช่วยเติมเต็มโครงสร้างในจุดที่ขาดหายไปได้ เช่น การเติมคางให้ยาวขึ้นเล็กน้อยเพื่อดึงสายตาลงมาที่ปลายหน้า หรือการเติมกลางหน้าเพื่อยกเนื้อแก้มที่ย้อยลงมาบริเวณกรอบหน้าให้ดูกระชับขึ้น
โปรแกรมยกเครื่องกระชับกรอบหน้า
เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่หน้าไม่เรียวเพราะผิวและเนื้อเยื่อเริ่มหย่อนคล้อยตามอายุ จนเนื้อแก้มไหลลงมาบังเส้นกรอบหน้าและเกิดเหนียงใต้คาง ในการแก้ไขปัญหานี้ การใช้เครื่องมือแพทย์กระตุ้นคอลลาเจนจะช่วยจัดการที่ต้นเหตุได้ โดยแต่ละเครื่องมือล้วนมีกลไกการทำงาน และระดับชั้นผิวที่ทำงานแตกต่างกัน ดังนี้
โปรแกรม Ulthera
โปรแกรม Ulthera คือ เทคโนโลยียกกระชับด้วยการใช้พลังงานอัลตราซาวด์ส่งความร้อนลงไปยังชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า พร้อมระบบที่ช่วยให้แพทย์สามารถมองเห็นชั้นผิวขณะทำงาน เหมาะกับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยระดับชัดเจน กรอบหน้าไม่คมชัด และต้องการผลลัพธ์การยกกระชับที่เห็นผลชัดเจน
โปรแกรม Thermage FLX
โปรแกรม Thermage FLX คือ เทคโนโลยียกกระชับด้วยการใช้พลังงานคลื่นวิทยุ (RF) กระจายความร้อนไปยังชั้นหนังแท้ เพื่อกระตุ้นให้เส้นใยคอลลาเจนหดตัวและสร้างใหม่ ทำให้ผิวโดยรวมแน่นกระชับขึ้น เหมาะกับผู้ที่มีผิวเริ่มหย่อนระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง มีเหนียงใต้คาง และต้องการงานผิวที่เรียบเนียนไปพร้อมกับกรอบหน้า
โปรแกรม Oligio X
โปรแกรม Oligio X เป็นเทคโนโลยียกกระชับด้วยการใช้พลังงานคลื่นวิทยุแบบ Monopolar RF ที่ปล่อยพลังงานได้อย่างต่อเนื่องและควบคุมความรู้สึกระหว่างทำได้ดี ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนเพื่อยกกระชับ และปรับรูปหน้า เหมาะกับผู้ที่เริ่มมีความหย่อนคล้อยในระยะต้น หรือผู้ที่ต้องการดูแลกรอบหน้าอย่างต่อเนื่องเป็นคอร์ส
โปรแกรม Exion Face
โปรแกรม Exion Face เป็นเทคโนโลยียกกระชับด้วยการผสานพลังงาน RF ร่วมกับคลื่นอัลตราซาวด์ เพื่อกระตุ้นให้ผิวสร้าง Hyaluronic Acid ของตัวเองเพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยในเรื่องของคุณภาพผิวและวอลลุ่มที่ลดลง เหมาะกับผู้ที่ผิวหน้าดูโทรม ขาดความชุ่มชื้น และมีริ้วรอยตื้น ๆ ร่วมกับกรอบหน้าที่เริ่มไม่คมชัด
โปรแกรม EMFACE
โปรแกรม EMFACE เป็นเทคโนโลยียกกระชับด้วยการผสานพลังงาน HIFES™ ร่วมกับ Synchronized RF โดยกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อใบหน้าไปพร้อมกับกระชับผิว เป็นการยกกระชับที่ไม่ต้องใช้เข็มและไม่ต้องผ่าตัด เหมาะกับผู้ที่กล้ามเนื้อใบหน้าเริ่มอ่อนแรง แก้มตก หางคิ้วตก และต้องการใช้เวลาทำต่อครั้งไม่นาน
อยากหน้าเรียว ต้องทำอย่างไร
การจะได้ผลลัพธ์หน้าเรียวที่ดูสวย และเข้ากับตัวเอง ไม่ได้เริ่มจากการเลือกเครื่องมือหรือเลือกโปรแกรมก่อน แต่ควรจากการไล่ตามลำดับ ดังนี้
- กำหนดก่อนว่าอยากได้หน้าเรียวแบบไหน : ลองเทียบกับลักษณะหน้าเรียวทั้ง 6 แบบข้างต้นว่าชอบลักษณะแบบไหน เพราะเป้าหมายที่แตกต่างกันจะนำไปสู่แผนการปรับรูปหน้าที่แตกต่างกันเช่นกัน
- ประเมินว่าโครงหน้าเดิมรับกับแบบที่อยากได้หรือไม่ : โครงกระดูก ความกว้างของกราม และความยาวของใบหน้า เป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณาปรับรูปทรงแต่ละแบบ เพราะบางรูปหน้าอาจเหมาะกับทรงไข่มากกว่าทรง V ซึ่งแพทย์จะช่วยประเมินให้ในขั้นตอนการปรึกษา
- หาให้เจอว่าปัญหาจริงคืออะไร : เช่น หน้าบานจากกล้ามเนื้อกราม จากไขมัน จากผิวหย่อนคล้อย หรือจากคางสั้น เพราะแต่ละสาเหตุต่างก็มีวิธีแก้ไขคนละแบบกัน
- เลือกโปรแกรมที่ตรงกับสาเหตุนั้น : เมื่อรู้ต้นเหตุแล้ว จากนั้นจึงเลือกระหว่างโปรแกรมฉีดโบ โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า หรือโปรแกรมยกกระชับกรอบหน้า ซึ่งในหลายเคสอาจใช้ร่วมกันตามแผนการรักษาที่แพทย์ออกแบบเอาไว้
- ดูแลตัวเองต่อเนื่องหลังทำ : พักผ่อนให้เพียงพอ ควบคุมน้ำหนักให้คงที่ ลดพฤติกรรมเคี้ยวของแข็ง และทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ เพราะผลลัพธ์ของการปรับรูปหน้าจะอยู่ได้ดีขึ้นเมื่อดูแลตัวเองอย่างถูกต้อง
ทั้งนี้ ทุกหัตถการต่างก็มีข้อจำกัดและความเสี่ยงของตัวเอง เช่น อาการบวมช้ำในช่วงแรกหลังฉีด หรืออาการแดงระเรื่อหลังทำเครื่องยกกระชับ รวมถึงผู้ที่ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร มีการติดเชื้อบริเวณที่จะทำ หรือมีโรคประจำตัวบางอย่าง อาจไม่เหมาะกับบางโปรแกรม จึงควรแจ้งข้อมูลสุขภาพกับแพทย์ให้ครบก่อนตัดสินใจเสมอ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฟิลเลอร์ยกหน้าและฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า
หน้าเรียวกับหน้า V Shape เหมือนกันไหม?
ไม่เหมือนกันเสียทีเดียว เพราะหน้าเรียวหมายถึงใบหน้าที่มีสัดส่วนสมดุลและกรอบหน้าดูต่อเนื่องกัน ส่วนหน้า V Shape เป็นหน้าเรียวรูปแบบหนึ่งที่เน้นช่วงล่างแคบและคางเรียวเป็นพิเศษ พูดง่าย ๆ ก็คือหน้า V Shape คือหน้าเรียว แต่หน้าเรียวไม่จำเป็นต้องเป็น V Shape เสมอไปนั่นเอง
มีเหนียงควรทำอะไรให้หน้าเรียวขึ้น?
ก่อนอื่นต้องดูก่อนว่าเหนียงเกิดจากอะไร หากเกิดจากผิวและเนื้อเยื่อใต้คางที่หย่อนคล้อย แพทย์มักจะแนะนำให้ทำโปรแกรมยกกระชับกรอบหน้า เช่น โปรแกรม Thermage FLX หรือโปรแกรม Ultherapy Prime แต่ถ้าหากปัญหาหลักเกิดจากคางสั้นหรือคางถอย แพทย์อาจแนะนำให้ทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าร่วมด้วย
ทำหน้าเรียวต้องทำกี่ครั้ง?
ขึ้นอยู่กับโปรแกรมที่ทำ และระดับปัญหาที่มี โดยโปรแกรมฉีดโบ และโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้ามักทำครั้งเดียวต่อรอบ แล้วนัดติดตามผลตามคำแนะนำของแพทย์ ส่วนโปรแกรมยกกระชับกรอบหน้า บางเครื่องอาจออกแบบมาให้ทำเป็นคอร์สต่อเนื่องหลายครั้ง โดยแพทย์จะแจ้งจำนวนครั้งที่เหมาะสมให้ทราบตั้งแต่วันที่เข้ามาปรึกษา
ฉีดฟิลเลอร์ยกหน้า จะทำให้หน้าตึง ดูแข็ง เกินไปหรือเปล่า
ผลลัพธ์ที่รู้สึกว่าใบหน้าดูแข็งหรือบวม มักเกิดจากการเติมฟิลเลอร์ในปริมาณที่มากเกินความจำเป็น หรือฉีดผิดผิดตำแหน่ง ดังนั้น จึงควรทำหัตถการกับแพทย์ที่มีประสบการณ์เท่านั้น
ทำหน้าเรียวหลายโปรแกรมร่วมกันได้ไหม?
สามารถทำหลายโปรแกรมร่วมกันได้ และในหลายเคสแพทย์ยังแนะนำให้ทำร่วมกันด้วย เพราะปัญหาหน้าไม่เรียวมักมาจากหลายปัจจัยพร้อมกัน เช่น กล้ามเนื้อกรามหนาร่วมกับผิวหย่อนคล้อย
ปรึกษาเกี่ยวกับโปรแกรมปรับรูปหน้าให้ดูเรียว ที่ Amarante Clinic
“ถ้าอยากที่จะมีหน้าเรียวที่ดูดีขึ้นจริง จะต้องเลือกให้เข้ากับรูปหน้า ไม่ใช่แค่ทำตามคนอื่น” ที่ Amarante Clinic เข้าใจถึงความสำคัญในเรื่องนี้ดี และเริ่มต้นจากการที่ทีมแพทย์วิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าเป็นรายบุคคล ก่อนวางแผนการปรับรูปหน้าด้วยแนวทางที่หลากหลาย ทั้งโปรแกรมฉีดโบ โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า และโปรแกรมยกกระชับกรอบหน้าด้วยเครื่องมือแพทย์ที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาสวยงาม ดูกลมกลืนกับใบหน้าเดิม เป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีขึ้นกว่าเดิม หากสนใจสามารถสอบถามข้อมูลหรือดูรีวิวเพิ่มเติมได้ภายในเว็บไซต์ หรือปรึกษาปัญหาเบื้องต้นได้ตามช่องทางด้านล่างนี้