ฉีดฟิลเลอร์คางดีอย่างไร อันตรายไหม รวมทุกเรื่องที่ต้องรู้

โปรแกรมฟิลเลอร์คาง เติมมิติคางสั้น คางเอียง ให้สัดส่วนดูสมดุล

สัดส่วนใบหน้าช่วงล่างคือจุดกำหนดความสมดุลของรูปหน้าทั้งหมด หากมีภาวะปลายคางกุด สั้น บุ๋ม หรือแนวกรามสองฝั่งไม่ได้ระนาบ มักส่งผลให้ใบหน้าดูกลม แบน หรือทำให้ริมฝีปากดูยื่นเกินจริง ในเชิงสรีรวิทยา ความยาวและองศาความพุ่งของคางส่งผลต่อเส้นระนาบความงาม (E-Line) โดยตรง การปรับแนวกึ่งกลางใบหน้าเฉพาะจุดให้รับกับระนาบเดิม จึงช่วยดึงมิติความละมุนและสร้างความกลมกลืนให้โครงหน้าดูสมส่วนขึ้นได้โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัดโครงกระดูกใหญ่

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาทางเลือกในการเสริมคางและปรับรูปหน้าให้แลดูสมมาตร ได้สัดส่วน โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คางที่ Amarante Clinic ถือว่าตอบโจทย์อย่างยิ่ง หากใครสงสัยว่าฉีดฟิลเลอร์คางเหมาะไหม ฉีดฟิลเลอร์แล้วจะได้ผลอย่างไร ต้องใช้ฟิลเลอร์กี่ CC และราคาเท่าไหร่ เราได้รวบรวมทุกข้อสงสัย พ้อมรีวิวโดยผู้รับบริการจริง เพื่อประกอบการตัดสินใจ

สรุปสาระสำคัญ

  • ฉีดฟิลเลอร์คาง เพื่อช่วยเติมคางสั้น คางถอย คางบุ๋ม หรือปรับทรงคางให้รับกับสัดส่วนใบหน้ามากขึ้น เหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับช่วงล่างของใบหน้าโดยไม่ผ่าตัด
  • ฉีดฟิลเลอร์คาง โดยทั่วไปมักใช้ประมาณ 1–2 CC ขึ้นอยู่กับโครงสร้างคางและระดับปัญหา ส่วนระยะเวลาที่คงอยู่ประมาณ 6 เดือน – 2 ปี ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ รุ่นของฟิลเลอร์ ปริมาณที่ใช้ และการเผาผลาญของแต่ละบุคคล
  • ราคาฉีดฟิลเลอร์คาง ที่ Amarante Clinic อยู่ที่ 9,900 – 25,900 บาท/CC โดยขึ้นอยู่กับยี่ห้อของฟิลเลอร์ แพทย์ผู้ทำหัตถการ และโปรโมชั่นในแต่ละช่วงเวลา

สารบัญ ฟิลเลอร์คาง

ฟิลเลอร์คางคืออะไร

โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คางคืออะไร

ฟิลเลอร์คาง (Chin Filler) คือ การฉีดสารเติมเต็มกลุ่ม Hyaluronic Acid ที่ทำงานเสมือนโครงค้ำยันใต้ผิวหนัง ทำหน้าที่ฟื้นฟูมิติใบหน้าส่วนล่างใน 3 ทิศทาง 

  • มิติแนวดิ่ง – เสริมช่วงคางที่กุดสั้นให้ได้สัดส่วนสมดุลกับความยาวหน้าผากและสันจมูก

  • มิติความพุ่ง – ปรับองศาปลายคางที่หลบร่นไปด้านหลัง ให้มีมิติมุมมองด้านข้างที่ชัดเจน

  • มิติความเรียบเนียน – เติมเต็มแอ่งบุ๋มตรงกึ่งกลาง และคลายริ้วรอยตึงตัวจากกล้ามเนื้อคาง ผิวจึงดูเรียบเนียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

อ่านเพิ่มเติม : ฟิลเลอร์คืออะไร ช่วยอะไร ฉีดตรงไหนได้บ้าง [พร้อมรีวิว]

ฉีดฟิลเลอร์คางดีไหม เหมาะกับใครบ้าง

ฉีดฟิลเลอร์คางดีไหม เหมาะกับใครบ้าง

1. ผู้ที่มีคางสั้น คางถอย คางหลุบ ทำให้ใบหน้าดูกลม

ใบหน้ากลม ดูไม่มีมิติ จะหันไปทางไหนก็กลมไปหมด ทำให้หามุมถ่ายรูปลำบาก บางคนก็แก้ปัญหาด้วยการเอาผมมาปิด แต่ก็ยังรู้สึกไม่มั่นใจ ปัญหาเหล่านี้เป็นสิ่งที่พบได้ในผู้ที่มีคางสั้น คางถอย หรือคางหลุบ แม้จะมีน้ำหนักตัวน้อยก็ตาม ใครที่กำลังประสบปัญหานี้อยู่ โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คางก็อาจเป็นทางออกที่น่าสนใจ

2. ผู้ที่มีคางตัด คางบุ๋ม ขาดความละมุน

คางตัด คือลักษณะปลายคางที่ไม่มีความมน ทำให้ใบหน้าดูแข็ง เหลี่ยม ขาดความละมุน ส่วนคางบุ๋ม คือลักษณะคางที่มีร่องตรงกลาง ทำให้ดูขรุขระ ไม่เรียบ และอาจยิ่งเห็นได้ชัดเมื่อแสดงสีหน้า ผู้ที่มีปัญหาคางเหล่านี้หากฉีดฟิลเลอร์คาง ก็จะช่วยให้คางดูสมส่วน ละมุน ได้รูป และรับกับใบหน้าดีขึ้น และในบางรายก็อาจช่วยลดความดุบึ้งของใบหน้าได้ด้วย

3. ผู้ที่มีคางเบี้ยว คางไม่เท่ากัน

ปัญหาคางเบี้ยว คางไม่เท่ากัน ถือเป็นตัวการสำคัญที่ทำร้ายความมั่นใจ โดยเฉพาะเวลายิ้มหรือเวลาถ่ายรูป ซึ่งในกรณีที่ไม่ได้เป็นหนักจนเกินไป การฉีดฟิลเลอร์คางก็จะเป็นวิธีที่ง่ายและสะดวก ในการช่วยปรับทรงคางให้ดูสมดุลขึ้น

4. ผู้ที่ต้องการเสริมคางโดยไม่ต้องผ่าตัด

การฉีดฟิลเลอร์คางเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์มากสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการผ่าตัดทำศัลยกรรม ไม่ว่าจะด้วยกลัวการผ่าตัด กลัวเลือด กลัวเจ็บ ไม่มีเวลาพักฟื้น หรือต้องการเห็นผลลัพธ์เร็ว

อ่านเพิ่มเติม : ปัญหาคางสั้น คางตัด คางบุ๋ม คางถอย แก้ไขอย่างไรให้สวยดูดี

ฉีดฟิลเลอร์คางต้องกี่ CC

ที่ Amarante Clinic การประเมินว่าฉีดฟิลเลอร์คางกี่ CC ไม่ได้พิจารณาเฉพาะว่าต้องการให้คางยาวขึ้นเท่าไร แต่แพทย์จะประเมินร่วมกันทั้ง โครงสร้างกระดูก ทิศทางที่คางควรเสริม ความหนาและความยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อ รวมถึงการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณคาง เพื่อกำหนดปริมาณ ตำแหน่ง และระดับความลึกในการฉีดให้เหมาะกับแต่ละปัญหา

  • ปลายคางตัด คางป้าน หรือคางบุ๋ม ประมาณ 1 CC – เน้นเติมเต็มและปรับรูปทรงบริเวณปลายคางให้ดูโค้งมนและต่อเนื่องกับแนวกราม โดยแพทย์จะเลือกความลึกในการฉีดตามลักษณะของโครงสร้างและระดับของปัญหา

  • คางสั้นประมาณ 1–1.5 CC – เน้นเพิ่มความยาวของคางในแนวดิ่ง เพื่อช่วยปรับสัดส่วนใบหน้าช่วงล่างให้สมดุลกับส่วนอื่นของใบหน้ามากขึ้น

  • คางถอยประมาณ 1–2 CC – เน้นเพิ่มความนูนของคางไปด้านหน้า เพื่อให้สัดส่วนของคางรับกับจมูกและริมฝีปากมากขึ้น และช่วยให้ใบหน้าด้านข้างดูสมดุล

  • คางเอียงหรือไม่สมมาตรประมาณ 1–2 CC – แพทย์จะประเมินความแตกต่างของโครงสร้างแต่ละข้าง และเติมฟิลเลอร์เพื่อชดเชยความไม่สมดุล โดยผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับว่าสาเหตุเกิดจากกระดูก กล้ามเนื้อ หรือเนื้อเยื่ออ่อน

  • คางเล็กหรือมีโครงสร้างเดิมรองรับน้อยประมาณ 2–3 CC – ในบางเคสที่ต้องปรับทั้งความยาว ความนูน และรูปทรงของคาง อาจจำเป็นต้องใช้ฟิลเลอร์มากขึ้น หรือแบ่งการฉีดเป็นมากกว่า 1 ครั้ง เพื่อค่อย ๆ ประเมินรูปทรงและการตอบสนองของเนื้อเยื่อก่อนเติมเพิ่มเติม

ราคาฉีดฟิลเลอร์คาง ที่ Amarante Clinic

โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คางที่ Amarante Clinic มีราคาตามแพทย์ผู้ให้บริการ โดยคิดราคาต่อฟิลเลอร์ 1 CC ดังนี้

** ราคาที่ระบุข้างต้นเป็นราคาพื้นฐาน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและรุ่นของฟิลเลอร์ที่ใช้ โดยสามารถตอบถามโปรโมชันล่าสุดได้ที่ Line : @amarante.official

รีวิวฉีดฟิลเลอร์คางที่ Amarante Clinic

Amarante Clinic ภายใต้การดูแลของคุณหมอต้น นพ. สฤษดิ์ ตันติอภิชาต ผู้ได้รับเชิญให้เป็นอาจารย์สอนแพทย์ฉีดฟิลเลอร์ ตำแหน่ง AMI Trainer ประจำประเทศไทย ทางคลินิกใส่ใจทุกรายละเอียดเริ่มตั้งแต่แพทย์ผู้ฉีดฟิลเลอร์ ความพิถีพิถันในทุกขั้นตอน การให้บริการที่จริงใจ รูปรีวิวไม่บิดเบือนผลการรักษา ตลอดจนการแจ้งราคาก่อนรับบริการอย่างตรงไปตรงมา จนได้รับความไว้วางใจจากผู้รับบริการเป็นจำนวนมาก ทำให้คลินิกมียอดการใช้ฟิลเลอร์ติดอันดับท็อปของประเทศไทยทุกปี

ฉีดฟิลเลอร์คางอยู่ได้นานแค่ไหน

ฟิลเลอร์คางเมื่อฉีดแล้ว จะอยู่ได้นานประมาณ 6 เดือน – 2 ปี ซึ่งก็จะขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น

  • ฟิลเลอร์ที่ใช้ โดยบางชนิด บางรุ่น บางยี่ห้อ ก็จะสลายตัวช้ากว่า
  • เทคนิคการฉีด การฉีดฟิลเลอร์ผิดชั้นผิดตำแหน่ง ก็อาจมีผลกระทบต่อการคงอยู่ของฟิลเลอร์ได้
  • อายุ เมื่ออายุมากขึ้น ผิวจะมีความยืดหยุ่นลดลง และการสร้างคอลลาเจนก็จะช้าลง ส่งผลให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นานลดลงตามไปด้วย
  • เมตาบอลิซึม ร่างกายของบางคนอาจมีการเผาผลาญเปลี่ยนสภาพสารต่างๆ รวมถึงฟิลเลอร์ที่เร็วกว่าคนอื่น ส่งผลให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นานลดลง
  • การใช้ชีวิต พฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างอาจมีส่วนช่วยให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นานขึ้น เช่น การหมั่นดูแลไม่ให้ผิวแห้ง การทาครีมกันแดด การเลี่ยงแดดจัด การดื่มน้ำให้เพียงพอ การงดสูบบุหรี่ เป็นต้น

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์คาง

  • คางได้รูป หน้าเรียวสวยขึ้น เห็นผลทันทีหลังฉีด
  • เจ็บตัวน้อย ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้นนาน
  • สามารถปรับเปลี่ยนตามเทรนด์ความงามที่เปลี่ยนไปได้ เนื่องจากฟิลเลอร์ไม่ได้คงอยู่ถาวร
  • หากฉีดฟิลเลอร์แล้วยังไม่พอใจรูปคาง ก็สามารถฉีดเพิ่มได้ในกรณีที่ขาด หรือในกรณีที่คางยาวหรือใหญ่เกินไป ก็สามารถฉีดสลายได้

ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์คาง

  • การฉีดฟิลเลอร์คางจะอยู่ได้เพียง 6 เดือน – 2 ปี ต่อการฉีดหนึ่งครั้ง (ขึ้นอยู่กับยี่ห้อที่ฉีดและการดูแลตัวเองหลังฉีดด้วย)
  • หากฉีดโดยแพทย์ที่ขาดความชำนาญ ฉีดผิดจุดผิดชั้นผิดตำแหน่ง หรือใช้ปริมาณมากเกินไป ก็จะสามารถทำให้คางผิดรูป หรือฟิลเลอร์ไหลย้อยลงมาใต้คางได้

ฉีดฟิลเลอร์คาง VS ผ่าตัดเสริมคาง เลือกทำหัตถการไหนดี

ฉีดฟิลเลอร์คาง VS ผ่าตัดเสริมคาง อันไหนดีกว่ากัน

การฉีดฟิลเลอร์คางกับการเสริมคาง แม้จะทำเพื่อหวังผลให้คางสวยเข้ากับรูปหน้าเหมือนกัน แต่ก็จะมีข้อดีข้อเสีย และความเหมาะสมต่อปัญหาที่ต่างกัน ผู้ที่กำลังพิจารณาว่าจะทำหัตถการไหนดี ก็ควรศึกษาข้อมูลให้ถี่ถ้วน และควรให้แพทย์ช่วยประเมินรวมถึงให้คำแนะนำ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ฉีดฟิลเลอร์คาง

การฉีดฟิลเลอร์คางมีข้อดีคือ ทำง่าย ใช้เวลาไม่นาน ไม่ต้องเจ็บตัวผ่าตัด ไม่ต้องรอพักฟื้นนานกว่าจะเข้าที่ สามารถเห็นผลลัพธ์ได้ทันทีหลังฉีดเสร็จ และโดยทั่วแล้วจะมีความปลอดภัยสูงกว่าการผ่าตัดเสริมคาง

อย่างไรก็ตาม การฉีดฟิลเลอร์คางก็จะมีข้อจำกัดตรงที่ให้ผลไม่ถาวร เพราะฟิลเลอร์จะสลายตัวตามธรรมชาติ จึงจำเป็นต้องมีการเติมซ้ำทุกๆ 6 เดือน – 2 ปี (บางคนอาจมองเป็นข้อดี เพราะสามารถเลือกรูปคางใหม่ได้) และในบางเคสที่มีปัญหาหนัก เช่น คางสั้นมาก คางเบี้ยวมาก การฉีดฟิลเลอร์คางก็อาจไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่เหมาะสม

ทั้งนี้ เทคนิคที่ใช้และความเชี่ยวชาญของแพทย์ก็เป็นอีกสิ่งที่มีผลเป็นอย่างมาก ตัวอย่างเช่น การฉีดฟิลเลอร์เฉพาะแค่ที่คาง ในหลายเคสก็อาจไม่ได้รูปหน้าที่สวยละมุนเป็นธรรมชาติเท่าการฉีดที่ไล่ต่อเนื่องมาตั้งแต่แนวขากรรไกร ซึ่งเทคนิคนี้จะมีชื่อเรียกว่า Royal Chin Lift เป็นเทคนิคเฉพาะที่ใช้โดย Amarante Clinic จำเป็นต้องทำโดยแพทย์ผู้มากประสบการณ์ และจะต้องอาศัยการวิเคราะห์รูปหน้าอย่างละเอียด

ผ่าตัดเสริมคาง

การผ่าตัดเสริมคางจะให้ผลลัพธ์ที่คงอยู่ถาวร และจะเหมาะสมกว่าสำหรับผู้ที่มีปัญหารุนแรง เช่น มีคางสั้นมากหรือเบี้ยวมาก แต่ในทางกลับกัน ก็จะต้องพักฟื้นนานกว่าจะเข้าที่ มีความเสี่ยงสูงกว่าการฉีดฟิลเลอร์ และในกรณีที่ต้องการปรับรูปคางเพิ่มในภายหลังก็จะทำได้ยากกว่า ต้องมีการพักฟื้นและดูแลรักษาแผลอย่างดีอีกรอบ

ผู้ที่เกิดแผลเป็นหรือคีลอยด์ง่าย จะไม่เหมาะกับการผ่าตัดเสริมคางแบบผ่าด้านนอก ควรเลี่ยงไปผ่าแบบด้านในแทน และก็ควรดูแลความสะอาดของช่องปากในช่วงพักฟื้นให้ดี เพื่อป้องกันปัญหาการติดเชื้อ

เสริมคางมาแล้วฉีดฟิลเลอร์คางได้ไหม

เสริมคางมาแล้วฉีดฟิลเลอร์คางได้ไหม

หลายๆ คนอาจสงสัยว่า หากผ่าตัดเสริมคางมาแล้วจะฉีดฟิลเลอร์คางได้ไหม ก็ต้องตอบว่า “สามารถฉีดได้ในบางเคส” จุดนี้จะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจและความเชี่ยวชาญของแพทย์ด้วย ทางที่ดีก็ควรให้แพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านนี้ทำการประเมิน ในบางเคส การถอดซิลิโคนเก่าออก แล้วทำการเสริมใหม่โดยใช้ทรงซิลิโคนที่ต้องการ ก็อาจเหมาะสมกว่า หรือถ้าต้องการเปลี่ยนเป็นฉีดฟิลเลอร์คางแทน ก็ควรพักหน้าหลังถอดซิลิโคนคางออกประมาณ 2-3 เดือนก่อน

การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์คาง

เพื่อความปลอดภัย ผู้ที่จะฉีดฟิลเลอร์คางก็ควรเตรียมตัวก่อนฉีดดังนี้

  • งดยาต้านอักเสบกลุ่ม NSAIDs เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน ไดโคลฟีแน็ก นาพร็อกเซน ไพร็อกซิแคม เป็นเวลา 1 อาทิตย์ก่อนฉีดฟิลเลอร์ เพื่อป้องกันการฟกช้ำ
  • งดอาหารเสริมที่มีฤทธิ์รบกวนการแข็งตัวของเลือด เช่น กระเทียมสกัด โสมสกัด ใบแปะก๊วยสกัด น้ำมันพริมโรส น้ำมันปลา วิตามินอี และ St. John’s Wort เป็นเวลา 1 อาทิตย์ก่อนฉีดฟิลเลอร์
  • งดการรบกวนผิวบริเวณคาง เช่น แว็กซ์ขน ดึงขน โกนขน ขัดผิว ทายาหรือใช้สกินแคร์ผลัดเซลล์ผิว เป็นเวลา 3 วันก่อนฉีด
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น เหล้า เบียร์ ไวน์ ก่อนฉีดฟิลเลอร์อย่างน้อย 24 ชั่วโมง
  • งดกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด เช่น ออกกำลังกาย อบไอน้ำ ซาวน่า ก่อนฉีดฟิลเลอร์อย่างน้อย 24 ชั่วโมง
  • แจ้งข้อมูลแพทย์ให้ครบถ้วนแต่เนิ่นๆ ซึ่งได้แก่ ประวัติการทำหัตถการที่ผ่านมา ประวัติการแพ้ โรคประจำตัว ยาและอาหารเสริมที่ใช้ เพื่อที่แพทย์จะได้ประเมินและให้คำแนะนำในการเตรียมตัวได้อย่างเหมาะสมและครอบคลุม

ข้อปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์คาง

หลังฉีดฟิลเลอร์คาง ก็จะมีข้อแนะนำการดูแลตัวเองและข้อห้ามดังต่อไปนี้

  • รับประทานยาตามที่แพทย์จ่ายอย่างเคร่งครัด เพื่อลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงหลังฉีด
  • ดูแลร่างกายให้ได้รับน้ำอย่างเพียงพอ ทั้งจากอาหารและน้ำดื่ม เพราะฟิลเลอร์จะอาศัยการจับกับโมเลกุลน้ำ เพื่อให้อิ่มฟูได้รูปและสามารถคงอยู่ได้ยาวนาน
  • เลี่ยงการสัมผัสบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ ไม่ว่าจะด้วยมือหรือสิ่งอื่น เช่น แกะ เกา นวด เท้าคาง บีบสิว ปั้นทรงคางด้วยตัวเอง ภายในช่วง 2 วันหลังฉีด เพื่อป้องกันปัญหาฟิลเลอร์เคลื่อน
  • เลี่ยงการขยับคางเยอะ เช่น การยิ้มกว้าง อ้าปากกว้าง ภายในช่วง 2 วันหลังฉีด เพื่อเลี่ยงการรบกวนฟิลเลอร์
  • เลี่ยงการออกกำลังกายหนักๆ ภายในช่วง 2 วันหลังฉีด เพื่อป้องกันปัญหาฟิลเลอร์เคลื่อน
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น เหล้า เบียร์ ไวน์ อย่างน้อย 2 วันหลังฉีด เพราะจะทำให้ช้ำง่ายขึ้น และอาจทำให้ขาดสติในการควบคุมดูแลตัวเอง
  • งดใช้ยาหรือสกินแคร์ผลัดเซลล์ผิว ภายในช่วง 3 วันหลังฉีด เพราะอาจทำให้ผิวคัน แสบ หรือระคายเคือง
  • เลี่ยงไม่ให้บริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์โดนความร้อน เช่น โดนแดด น้ำอุ่น น้ำร้อน ไดร์เป่าผม ซาวน่า ชาบู หมูกระทะ ไอจากการทำอาหาร ภายในช่วง 2 สัปดาห์หลังฉีด
  • เลี่ยงการนอนคว่ำหรือนอนตะแคง ภายในช่วง 1-2 สัปดาห์หลังฉีด เพื่อป้องกันปัญหาฟิลเลอร์เคลื่อน แนะนำให้นอนหงายโดยใช้หมอนกั้นด้านข้างทั้ง 2 ข้าง เพื่อป้องกันการพลิกตัว
  • เลี่ยงการแว็กซ์ขนหรือทำหัตถการบริเวณคาง ภายในช่วง 2 สัปดาห์หลังฉีด หากมีความจำเป็นจริงๆ ให้ปรึกษาแพทย์อย่างถี่ถ้วนเสียก่อน
  • อาจประคบเย็นเมื่อมีอาการบวม โดยใช้ Cool Pack หรือผ้าสะอาดห่อถุงน้ำแข็ง

ฉีดฟิลเลอร์คางกี่วันเข้าที่

โดยทั่วไปแล้ว การฉีดฟิลเลอร์คางจะเริ่มเห็นผลได้ทันที แต่จะเข้าที่เต็มที่ภายใน 7-14 วันหลังฉีด อาการข้างเคียงชั่วคราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับบางคน เช่น บวม แดง ช้ำ หรือปวด ก็มักจะหายดีภายในช่วงระยะเวลาดังกล่าวนี้

ฉีดฟิลเลอร์คางอันตรายไหม

เนื่องจากกรดไฮยาลูรอนิคจะเป็นสารที่พบได้ตามธรรมชาติในผิว ทั้งยังสามารถสลายได้เอง การฉีดฟิลเลอร์คางจึงนับว่ามีความปลอดภัยสูง แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัยหลักๆ ดังนี้ด้วย

  1. ฟิลเลอร์ที่ใช้ต้องเป็นของแท้ การฉีดฟิลเลอร์ที่ปลอดภัยจะต้องใช้ฟิลเลอร์แท้ที่ผ่านการรับรองจาก อย. การใช้ฟิลเลอร์ปลอมที่มักจะผลิตจากสารแปลกปลอมที่มีราคาถูก จะก่อให้เกิดผลเสียและอันตรายต่างๆ เช่น ฟิลเลอร์เป็นก้อนแข็ง ฟิลเลอร์ย้อย บริเวณที่ฉีดเป็นคลื่น ฟิลเลอร์เข้าเส้นเลือด เกิดการอักเสบ ติดเชื้อ เกิดเนื้อตาย เส้นเลือดอุดตัน เป็นต้น ซึ่งในกรณีที่ยังไม่ได้ร้ายแรงมาก ก็อาจแก้ไขได้ด้วยการขูดฟิลเลอร์ปลอมออก
  2. แพทย์ต้องมีความชำนาญ การฉีดฟิลเลอร์ที่ปลอดภัยจะต้องอาศัยความชำนาญของแพทย์ในแทบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การประเมินปัญหา การให้ข้อแนะนำการเตรียมตัว การเลือกยี่ห้อและรุ่นของฟิลเลอร์ การฉีดด้วยเทคนิคที่เหมาะสม ตลอดจนการแนะนำวิธีดูแลตัวเองหลังฉีดและการติดตามผล ในกรณีที่แพทย์ขาดความชำนาญ ก็อาจก่อให้เกิดอันตรายได้เช่นกัน เช่น ฉีดผิดชั้นผิดตำแหน่งจนเกิดเป็นก้อนบวม ฉีดโดนเส้นเลือดทำให้เกิดการอุดตัน เป็นต้น

ฟิลเลอร์คางยี่ห้อไหนดี

การเลือกยี่ห้อของฟิลเลอร์คางที่จะฉีด โดยพื้นฐานแล้ว จะต้องพิจารณาจากปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ผ่านการรับรองจาก อย. มาจากบริษัทที่มีมาตรฐานสูง มีประวัติการดำเนินงานที่ดี มีชนิดของฟิลเลอร์ที่มีคุณสมบัติตรงตามความต้องการของแต่ละเคส ตัวอย่างยี่ห้อฟิลเลอร์ที่ได้รับการยอมรับเป็นอันดับต้นๆ ในระดับสากลก็อย่างเช่น

  • Juvederm จากสหรัฐอเมริกา โดยจะมีรุ่นที่นิยม เช่น Voluma, Volift, Vobella, Volite และ Volux
  • Restylane จากประเทศสวีเดน โดยจะมีรุ่นที่นิยม เช่น Volyme, Vital, Vital light และ Lyft

ฉีดฟิลเลอร์คางที่ไหนดี

การฉีดฟิลเลอร์คาง หากจะให้ปลอดภัยและได้ผลดี ก็ควรเลือกคลินิกที่มีคุณสมบัติดังนี้

  • คลินิกได้รับใบอนุญาตตามกฎหมาย ไม่ใช่คลินิกเถื่อน หรือมีลักษณะการดำเนินงานไม่ตรงกับที่จดแจ้ง
  • ใช้ฟิลเลอร์แท้ที่ผ่านการรับรองจาก อย. ไม่ใช่ฟิลเลอร์ปลอม ฟิลเลอร์เถื่อน ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อผู้รับบริการ
  • แพทย์มีความเชี่ยวชาญ ไม่ใช่แพทย์ที่ขาดประสบการณ์ หรือแย่ไปกว่านั้นคือแพทย์เถื่อน เพราะความปลอดภัยและผลลัพธ์การฉีดฟิลเลอร์ จะถูกกำหนดโดยความรู้ความชำนาญของแพทย์ผู้ให้บริการเป็นหลัก
  • มีรีวิวการฉีดฟิลเลอร์คาง รีวิวจากผู้รับบริการจะเป็นสิ่งที่ช่วยการันตีถึงความเชี่ยวชาญของแพทย์ในด้านนั้นๆ ได้เป็นอย่างดี
  • มีความจริงใจต่อผู้รับบริการ โดยอาจสังเกตได้จากการให้ข้อมูลที่ตรงไปตรงมา ไม่ยัดเยียดขายบริการที่ไม่จำเป็น

บทความที่เกี่ยวข้อง

ขอบคุณคุณลูกค้าทุกท่านที่สนใจโปรโมชั่นดีๆ ของ Amarante Clinic นะคะ
🚩 อย่าลืมแอดไลน์ @amarante.official เพื่อที่จะไม่พลาดโปรโมชั่นสุดพิเศษนะคะ
😄 หรือสนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้เลย
✅ Line คลิก > @amarante.official
✅ Inbox Facebook คลิก > @amaranteclinic
✅ Instagram คลิก > amarante_clinic
📍 สาขา อารีย์ : อาคารบ้านยสวดี (BTS อารีย์ ทางออกที่ 3) 
📞 080-393-6669
📍 สาขา บางนา : For You Park
📞 080-556-5294
📍 ทั้ง 2 สาขา มีที่จอดรถ สะดวกสบาย
🕘 เปิดให้บริการทุกวัน : 11.00-20.00 น.